แสงเย็นของเมืองเก่าภูเก็ตมีเสน่ห์อยู่แล้ว แต่ปลายเดือนนี้ย่านเดิมจะมีความพิเศษเพิ่มขึ้นอีกมาก เพราะระหว่าง 23–29 สิงหาคม 2569 จะมีงาน Feel all the Feelings @ Phuket : Illuminating Peranakan ที่นำ projection mapping การเล่าเรื่องเชิงศิลป์ และบรรยากาศวัฒนธรรมบาบ๋า–เพอรานากันมารวมไว้ในย่านประวัติศาสตร์ใจกลางเมือง [ref:1][ref:2]

เสน่ห์ของงานนี้อยู่ที่ “สถานที่” พอ ๆ กับตัวกิจกรรม หน้าอีเวนต์ทางการระบุชัดว่าเวทีหลักอยู่ที่ สี่แยกธนาคารชาร์เตอร์แบงก์ เมืองเก่าภูเก็ต และใช้อาคารประวัติศาสตร์เป็นผืนผ้าใบให้แสง สี เสียง และเรื่องราวเพอรานากันเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน [ref:2] ขณะที่ปฏิทินอีเวนต์ของ ททท. อธิบายว่างานนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Feel All the Feelings แต่ในเวอร์ชันของภูเก็ต ความรู้สึกกลับออกมาเป็นแบบท้องถิ่นชัดเจนมาก—เดินถนนเก่า ดูแสงบนซุ้มอาคาร และสัมผัสมรดกที่ยังมีชีวิตอยู่จริงในย่านนี้ [ref:1][ref:5]
งานที่วางแผนง่าย และไปช่วงไหนก็สวย
ข้อดีมากของงานนี้คือไปง่ายและจัดจังหวะเวลาได้เอง หน้า Thailand Festival ระบุว่าโชว์ projection mapping จะฉาย วันละ 10 รอบ เวลา 19.00, 19.20, 19.40, 20.00, 20.20, 20.40, 21.00, 21.20, 21.40 และ 22.00 น. [ref:2] ใครชอบแสงฟ้าค่ำก็ไปตั้งแต่หัวค่ำ ใครอยากกินข้าวก่อนแล้วค่อยเดินก็ยังทัน หรือจะจัดเป็นทริปสั้น ๆ ในเมืองเก่าหลังเลิกงานก็เหมาะมาก
ส่วน วันเปิดงาน 23 สิงหาคม จะเริ่มความสนุกตั้งแต่ 18.30 น. พร้อม การแสดงโขน และ ดนตรีแจ๊สสด ก่อนเข้าสู่จังหวะการฉายปกติ [ref:2] รายละเอียดนี้ทำให้งานดูน่าสนใจขึ้นทันที เพราะไม่ได้เป็นเพียงการฉายแสงบนอาคาร แต่เป็นการจัดค่ำคืนให้ย่านเมืองเก่ามีชีวิตหลายชั้น ทั้งศิลปะการแสดง ดนตรีร่วมสมัย และการเล่าเรื่องวัฒนธรรมในพื้นที่จริง
อีกด้านหนึ่ง ไทยรัฐรายงานว่าโครงการ Thai Charm Feel All The Feelings ของ ททท. เป็นแผนกระตุ้นการเดินทางช่วง Green Season ระหว่างมิถุนายน–กันยายน 2569 ครอบคลุม 77 จังหวัด และขับเคลื่อนผ่าน 45 สำนักงานกับ 2 ศูนย์ ทั่วประเทศ [ref:5] สำหรับภาคใต้ งานเด่นที่ถูกยกขึ้นมาคือการใช้ projection mapping ส่องชีวิตใหม่ให้เมืองเก่าภูเก็ตผ่านธีมเพอรานากัน [ref:5] จึงไม่น่าแปลกใจที่งานนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลดี ๆ ในการเข้ามาใช้เวลาในตัวเมืองช่วงปลายสิงหาคม
ทำไมเรื่องเพอรานากันถึงเข้ากับภูเก็ตอย่างพอดี
เมืองเก่าภูเก็ตไม่ได้มีดีแค่ฉากสวย แต่เป็นย่านที่อาหาร บ้านเรือน เครื่องแต่งกาย และความทรงจำของผู้คนยังทับซ้อนกันอยู่จริง UNESCO ระบุว่า ภูเก็ตเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารมาตั้งแต่ปี 2015 และยกเทศกาลในย่านเมืองเก่าให้เป็นตัวอย่างของการสืบต่อองค์ความรู้ด้านอาหาร งานช่าง ศิลปะพื้นบ้าน และศิลปะร่วมสมัย [ref:3] ในข้อมูลเดียวกัน UNESCO ระบุว่าภูเก็ตมีประชากรราว 390,000 คน และภาคเศรษฐกิจด้านอาหารสร้างมูลค่าประมาณ 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี [ref:3]
ตัวเลขเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าทำไมงานอย่าง Illuminating Peranakan จึงดูมีน้ำหนักมากกว่างานถ่ายรูปสวย ๆ เพราะสำหรับภูเก็ต วัฒนธรรมไม่ใช่ของตกแต่ง แต่เป็นวิธีที่เมืองนี้พูดถึงตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ
บทความของ Tourism Thailand ยังเติมภาพให้ชัดขึ้นอีก โดยเล่าว่า เคบายา ซึ่งเป็นชุดสำคัญในวัฒนธรรมเพอรานากัน ได้รับการขึ้นทะเบียนใน รายชื่อมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติของ UNESCO เมื่อปี 2024 ร่วมกันโดย บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย [ref:4] และในย่านเมืองเก่าก็ยังมีทั้งพิพิธภัณฑ์ ชุมชนท่องเที่ยว และบ้านเก่าที่ช่วยให้เรื่องเหล่านี้จับต้องได้จริง [ref:4]

เมื่อมองแบบนี้ เราจะเห็นว่าการฉายแสงไม่ได้ลงบนกำแพงว่างเปล่า แต่กำลังทาบลงบนฉากที่มีประวัติ มีร่องรอยของครอบครัว มีสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีส และมีเรื่องกินเรื่องอยู่ที่ยังเดินต่อมาได้ถึงปัจจุบัน [ref:3][ref:4]
ถ้าอยากให้ค่ำคืนนั้นเต็มขึ้นอีกนิด
วิธีเที่ยวงานนี้ให้อร่อยที่สุดคือเผื่อเวลาก่อนโชว์สัก 1–2 ชั่วโมง บทความของ Tourism Thailand แนะนำจุดน่าสนใจใกล้ ๆ เช่น Sitao Studio พื้นที่สร้างสรรค์ 3 ชั้นที่เปิดมานานกว่า 8 ปี, Museum Phuket ที่มีเรื่องราวและชุดเคบายาให้ชม, และ Moh Seng Historic House Museum อาคารเก่าอายุกว่า 150 ปี ที่มีความยาวถึง 106 เมตร เชื่อมสองถนน [ref:4] ต่อให้เลือกแวะเพียงจุดเดียว ก็ช่วยทำให้ค่ำคืนนั้นไม่ใช่แค่ “ไปดูโชว์” แต่เป็นการค่อย ๆ อ่านเมืองเก่าไปพร้อมกับงาน
ความดีอีกอย่างคือโชว์มีหลายรอบ จึงไม่ต้องรีบ สามารถเดินเล่น หาอะไรอร่อย ๆ กิน ฟังดนตรี ซึมซับบรรยากาศ แล้วค่อยกลับมาดูรอบที่ชอบได้ ย่านนี้เหมาะกับการเดินช้า ๆ อยู่แล้ว เพราะความสวยของภูเก็ตไม่ได้มีแค่ภาพรวม แต่ซ่อนอยู่ในบานหน้าต่าง ช่องลม สีพาสเทล ลานกลางบ้าน และแสงอุ่นที่ค่อย ๆ เปลี่ยนผนังเก่าให้ดูนุ่มขึ้นหลังพระอาทิตย์ตก

ถ้าปลายเดือนสิงหาคมนี้อยากเลือกกิจกรรมสักหนึ่งอย่างในภูเก็ตที่ทั้งสวย เข้าใจง่าย และมีรากของตัวเองชัดเจน งานนี้น่าจะอยู่แถวหน้าของลิสต์ได้ไม่ยาก เพราะมันไม่ได้ชวนเราแค่ไปดูแสง แต่ชวนไปเห็นว่าเรื่องราวของย่านเมืองเก่ายังส่องประกายได้อย่างร่วมสมัย และยิ่งดูพร้อมผู้คนรอบตัวในถนนสายเดียวกัน ก็ยิ่งอบอุ่นเป็นพิเศษ
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน