Cook Islands เปิดหน้าต่างสดสู่ทะเลลึกแปซิฟิกให้คนทั้งโลกดูได้แล้ว
วิทยาศาสตร์ทางทะเล

Cook Islands เปิดหน้าต่างสดสู่ทะเลลึกแปซิฟิกให้คนทั้งโลกดูได้แล้ว

ภารกิจสำรวจร่วมของ NOAA และหมู่เกาะคุกกำลังเปลี่ยนทะเลลึกที่คนเห็นน้อยมากให้กลายเป็นห้องเรียนวิทยาศาสตร์แบบถ่ายทอดสด มีทั้ง ROV ดำน้ำลึก การทำแผนที่ภูเขาใต้น้ำ และการค้นพบชิ้นเล็ก ๆ ที่ชวนตื่นตาแบบจับต้องได้จริง

The Coastal Naturalist 5 นาทีในการอ่าน
ขนาดตัวอักษร

เช้าวันหนึ่งในหมู่เกาะคุก ขณะที่หลายคนเพิ่งเริ่มวันใหม่ หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำก็เริ่มค่อย ๆ ดิ่งลงสู่ความมืดสีน้ำเงินของมหาสมุทรแปซิฟิก และสิ่งที่น่ารักมากคือ คนดูจากที่บ้านทั่วโลกสามารถเปิดจอแล้วดูไปพร้อมกันได้เลย นี่คือเสน่ห์ของภารกิจ 2026 Cook Islands ROV Exploration งานสำรวจทะเลลึก 26 วันที่ทำให้วิทยาศาสตร์ภาคสนามไม่ต้องซ่อนอยู่หลังประตูปิดอีกต่อไป แต่กลายเป็นประสบการณ์สดที่คนทั่วไปเข้าถึงได้จริง[ref:1][ref:2]

เรือวิจัย NOAA Ship Okeanos Explorer ในน่านน้ำแปซิฟิกใกล้หมู่เกาะคุก

ภารกิจนี้เริ่มเมื่อวันที่ 2026-07-19 และจะดำเนินต่อถึง 2026-08-13 บนเรือ NOAA Ship Okeanos Explorer โดยทำงานร่วมกับ Cook Islands Seabed Minerals Authority (SBMA) และพันธมิตรหลายหน่วยงาน[ref:1][ref:3] แค่ขนาดของพื้นที่ก็ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจแล้ว หมู่เกาะคุกมีเกาะอยู่ 15 เกาะ แต่มีทะเลล้อมรอบเกือบ 2 ล้านตารางกิโลเมตร และความลึกเฉลี่ยในเขตเศรษฐกิจจำเพาะอยู่ราว 5,000 เมตร[ref:1][ref:3] หลายบริเวณลึกเกิน 2,500 เมตร จึงต้องใช้เทคโนโลยีเฉพาะทาง ทั้งระบบทำแผนที่ด้วยโซนาร์และ ROV ที่ลงไปทำงานแทนนักดำน้ำได้[ref:1]

ภารกิจนี้กำลังสำรวจอะไรอยู่บ้าง

งานบนเรือลำนี้ไม่ได้เป็นแค่ “ออกไปดูทะเล” แบบกว้าง ๆ แต่มีโจทย์ค่อนข้างชัดเจน NOAA ระบุว่าทีมกำลังใช้ multibeam sonar เพื่อเติมช่องว่างของข้อมูลแผนที่พื้นทะเล ใช้ ROV ลงไปดูสภาพพื้นสมุทรจริง ใช้ชุดเซนเซอร์ CTD และเครื่องมืออื่น ๆ เพื่ออ่านสภาพคอลัมน์น้ำ รวมถึงปล่อย Argo floats เพื่อเก็บข้อมูลมหาสมุทรในมุมที่กว้างขึ้น[ref:1][ref:4] ระหว่างภารกิจ ROV จะลงไปสำรวจที่ความลึกราว 2,500-6,000 เมตร ทั้งภูเขาใต้น้ำ สันใต้น้ำ ที่ราบก้นสมุทรลึก และบริเวณ Manihiki Plateau[ref:1][ref:3]

ความต่างของภูมิประเทศใต้น้ำมีผลต่อชีวิตใต้ทะเลโดยตรง สันเขาใต้น้ำอาจมีชุมชนสิ่งมีชีวิตแบบหนึ่ง ขณะที่ที่ราบ abyssal plain อาจมีอีกแบบหนึ่ง เป้าหมายของภารกิจจึงไม่ใช่แค่ถ่ายภาพสวย ๆ แต่คือการสร้างข้อมูลตั้งต้นว่า ที่ความลึกต่างกันนั้นมีสัตว์อะไรอยู่บ้าง ระบบนิเวศหน้าตาอย่างไร และสิ่งเหล่านี้กระจายตัวอย่างไร[ref:1][ref:4]

ทำไมการดูไลฟ์ครั้งนี้ถึงสนุกกว่าข่าววิทยาศาสตร์ทั่วไป

คำสำคัญคือ telepresence หรือการทำให้ผู้เชี่ยวชาญบนฝั่งกับคนดูทั่วไป “อยู่ร่วมภารกิจ” ได้แบบเรียลไทม์ NOAA เปิดกล้องสดถึง 3 มุม ให้ชมเกือบทุกวันที่มีการดำน้ำ และระหว่างภาพสดก็จะได้ยินนักวิทยาศาสตร์กับนักบังคับ ROV คุยกันตรง ๆ ว่ากำลังเห็นอะไร[ref:2] รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ชวนเอ็นดูคือ จุดเลเซอร์สีแดงในภาพถูกตั้งให้ห่างกัน 10 เซนติเมตร เพื่อใช้กะขนาดของสิ่งที่เห็นบนจอ[ref:2] แปลว่าคนดูไม่ได้แค่ “ว้าว” แต่ยังอ่านภาพได้แม่นขึ้นด้วย

ฟันฉลามฟอสซิลเคลือบแร่สีเข้มวางคู่ไม้บรรทัดบนโต๊ะวิทยาศาสตร์

ตัวอย่างที่ทำให้ภารกิจนี้มีชีวิตมากคือ Dive 04 เมื่อวันที่ 2026-07-24 ซึ่งเริ่มที่ความลึกประมาณ 2,900 เมตร บนสันภูเขาใต้น้ำด้านตะวันตก ทีมพบ glass sponges เกาะอยู่บนพื้นทะเลที่มีปมแร่กระจายอยู่ทั่วไป เจอ crinoid เกาะบนก้านฟองน้ำ เก็บปมแร่ขนาดใหญ่ 2 ชิ้นเพื่อวิเคราะห์ทางธรณีเคมี เก็บตัวอย่าง primnoid octocoral ทั้งชิ้นเพื่อนำไปทำ DNA voucher และ isotopic analysis และเก็บตัวอย่างน้ำ 5 ตัวอย่าง โดยมี 1 ตัวอย่างสำหรับ environmental DNA (eDNA)[ref:4]

ต่อมาใน Dive 09 วันที่ 2026-07-29 ทีมลงไปยังที่ราบ abyssal plain ลึกประมาณ 5,600 เมตร พบทั้งฟองน้ำ ปลิงทะเล หนอนโพลีคีต หอย nudibranch และปลา cusk eel วงศ์ Ophidiidae[ref:5] ช่วงที่คนดูทั่วโลกชอบกันมากคือ นายกรัฐมนตรีหมู่เกาะคุก Mark Brown เข้าร่วมแบบสด และช่วยชี้นำการเก็บ “ฟันฉลามชิ้นใหญ่” ผ่านระบบระยะไกล[ref:5]

รายละเอียดชิ้นเล็กที่ทำให้เรื่องนี้น่าจดจำมาก

ของชิ้นนั้นไม่ใช่แค่ของเท่บนโต๊ะทดลอง NOAA รายงานว่า ภารกิจนี้เก็บ ฟันฉลามได้ 7 ชิ้น จากหลาย dive และหลายชิ้นยาวเกิน 7 เซนติเมตร[ref:6] ชิ้นใหญ่ที่สุดยาวถึง 13 เซนติเมตร หรือประมาณ 5 นิ้ว และจากขนาด ฟันจำนวนมากน่าจะเป็นของ megalodon[ref:6] ความสนุกคือ ฟันปลาโบราณแบบนี้สามารถดูดซับธาตุปริมาณน้อยและธาตุหายาก เช่น neodymium เอาไว้ได้ จึงใช้ช่วยอ่านรูปแบบการไหลเวียนของมหาสมุทรในอดีต อีกทั้งยังอาจเป็นแกนให้แร่ค่อย ๆ สะสมจนเกิด polymetallic nodules ทีละชั้นเป็นเวลาหลายล้านปี[ref:6]

วิทยาศาสตร์ที่เปิดให้คนดู ไม่ได้ปิดไว้เฉพาะผู้เชี่ยวชาญ

อีกมุมที่ทำให้ภารกิจนี้สวยงามคือ หมู่เกาะคุกไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ของการสำรวจ แต่มีคนของตัวเองขึ้นไปมีบทบาทจริง SBMA ส่งทีมหมุนเวียนขึ้นเรือ ทั้ง Chloe Ane Wragg, Tanga Morris Jr., Dr. John Parianos และ Rima Browne เพื่อเสริมศักยภาพด้านการจัดการข้อมูลและวิทยาศาสตร์ทะเลลึกของประเทศ[ref:3] ขณะเดียวกัน NOAA ระบุว่าข้อมูลจากภารกิจจะเข้าสู่คลังข้อมูลสาธารณะภายใน 120 วัน หลังจบภารกิจ[ref:1] นั่นแปลว่า สิ่งที่คนดูเห็นสดวันนี้จะต่อยอดเป็นข้อมูลเปิดที่ใช้เรียนรู้ต่อได้ในวันข้างหน้า

นักวิทยาศาสตร์ชาวแปซิฟิกถือชิ้นตัวอย่างจากทะเลลึกบนดาดฟ้าเรือยามเย็น

สำหรับคนที่ชอบวิทยาศาสตร์แบบมีภาพ มีเสียง และมีความรู้สึกว่าการค้นพบกำลังเกิดขึ้นตรงหน้า ภารกิจนี้คือของขวัญชิ้นดีมาก เป็นทั้งแผนที่ที่ยังวาดไม่เสร็จ เป็นมหาสมุทรที่ยังค่อย ๆ แนะนำตัวเอง และเป็นคำชวนแบบอบอุ่นให้เราเข้าไปดูโลกใต้ทะเลลึกพร้อมกัน

แหล่งอ้างอิง

  1. NOAA Ocean Exploration — 2026 Cook Islands ROV Exploration
  2. NOAA Ocean Exploration — Livestream status page
  3. Cook Islands SBMA — expedition media release
  4. NOAA Ocean Exploration — Dive 04: Seamount B1
  5. NOAA Ocean Exploration — Dive 09: Southern Boundary Abyss
  6. NOAA Ocean Exploration — Shark teeth feature

เกี่ยวกับผู้เขียน

The Coastal Naturalist

A science-grounded voice explaining the ecology, marine biology, and natural systems of the Andaman coast

35 35 บทความที่เผยแพร่แล้ว

ดูบทความทั้งหมด

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน

คุณอาจชอบสิ่งนี้