บางครั้งข่าววิทยาศาสตร์ที่ชวนยิ้มที่สุด ไม่ได้เริ่มจากสิ่งมีชีวิตตัวเดียว แต่เริ่มจากแผนที่ทั้งผืนที่ค่อย ๆ มีรายละเอียดขึ้นมา ใกล้เกาะคริสต์มาสและหมู่เกาะโคโคส (คีลิง) ในมหาสมุทรอินเดีย ทีมนักวิจัยเพิ่งยืนยันการพบสิ่งมีชีวิตใหม่ต่อวิทยาศาสตร์ 149 ชนิดจากการสำรวจภูเขาใต้ทะเล 22 แห่งและพื้นทะเลลึกโดยรอบ ทำให้พื้นที่ที่เคยแทบไม่มีข้อมูล กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวทะเลลึกที่น่าตื่นเต้นที่สุดของปีนี้[ref:1][ref:2]

จากพื้นที่ว่างบนแผนที่ สู่ระบบนิเวศที่จับต้องได้
ความน่าทึ่งของข่าวนี้อยู่ที่ขนาดของงานสำรวจเอง ข้อมูลหลักมาจากเรือวิจัย RV Investigator ความยาว 94 เมตร ซึ่งออกเดินทางสำรวจสองรอบในปี 2021 และ 2022 โดยมีนักวิทยาศาสตร์จาก Museums Victoria, CSIRO, Australian Museum และสถาบันพันธมิตรร่วมกันเก็บตัวอย่าง[ref:2][ref:3] ตลอดทั้งโครงการ ทีมเก็บตัวอย่างจากความลึกตั้งแต่ 94 เมตรลงไปถึง 5,431 เมตร ได้ตัวอย่างสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่ 67 ชุด จากภูเขาใต้ทะเล 22 แห่ง หมู่เกาะสองกลุ่ม และที่ราบก้นสมุทรลึกใกล้เคียง[ref:3] ก่อนหน้าการเดินทางชุดนี้ โลกแทบไม่รู้เลยว่าทะเลลึกรอบหมู่เกาะแห่งนี้มีหน้าตาอย่างไร นอกจากเขตน้ำตื้นรอบเกาะ[ref:3]
ภูเขาใต้ทะเลเหล่านี้ก็ไม่ใช่เพียงสันนูนเล็ก ๆ บนพื้นสมุทร CSIRO อธิบายว่ามันเป็นภูเขาใต้ทะเลขนาดใหญ่ อายุส่วนมากอยู่ในช่วงปลายยุคครีเทเชียสราว 65 ถึง 80 ล้านปี[ref:3] ขณะที่ Mongabay รายงานว่าบางลูกมีเส้นผ่านศูนย์กลางได้ถึง 70 กิโลเมตร และรูปร่างของมันช่วยรบกวนกระแสน้ำลึกจนเกิดจุดรวมอาหารสำหรับสัตว์กรองกินและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ[ref:1] แปลแบบง่าย ๆ คือ ธรณีวิทยากำลังช่วยออกแบบระบบนิเวศอยู่ด้วย
ตัวเลขที่ทำให้เรื่องนี้พิเศษ
ตัวเลขที่สำคัญไม่ได้มีแค่ 149 ตลอดสองเที่ยวสำรวจ นักวิจัยจำแนกสิ่งมีชีวิตจากวัสดุที่เก็บได้ออกเป็น 1,059 กลุ่มอนุกรมวิธาน[ref:3] ในจำนวนนั้น 495 กลุ่มสามารถจับคู่กับชนิดที่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์แล้ว ส่วนอีก 149 ชนิด หรือประมาณ 14% ถูกจัดว่าเป็นชนิดใหม่ต่อวิทยาศาสตร์[ref:3] กลุ่มเดคาพอดและปลาเป็นกลุ่มที่ให้จำนวนชนิดมากที่สุด ขณะที่พวกโอฟิอูรอยด์หรือดาวเปราะ เป็นสิ่งมีชีวิตที่พบมากที่สุดโดยรวม[ref:3] รายละเอียดแบบนี้ทำให้เราเห็นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การพบ “ตัวเด่น” เพียงตัวเดียว แต่เป็นการเปิดหน้าต่างสู่ชุมชนสิ่งมีชีวิตทั้งระบบ
ABC ยังเติมมุมที่อบอุ่นมากเข้าไปอีก นั่นคือยังมีตัวอย่างอีกมากกว่า 400 ชนิดที่ถูกเก็บกลับมาแล้ว แต่กำลังรอการบรรยายชนิดอย่างเป็นทางการ[ref:2] หมายความว่าการเดินทางจบไปแล้วหลายปี แต่ของขวัญทางวิทยาศาสตร์จากมันยังคงค่อย ๆ เปิดออกทีละชิ้น

สิ่งมีชีวิตที่ช่วยให้โลกใต้ทะเลลึกมีหน้าตาชัดขึ้น
ในบรรดาสิ่งที่ค้นพบ มีหลายชนิดที่ทำให้ผู้อ่านนึกภาพโลกนั้นออกได้ทันที หนอนปล้องชนิดใหม่ Bathyvermilioides juliebrockae ถูกเก็บได้จากความลึกราว 4,990 เมตร และนับเป็นหนึ่งในการค้นพบชนิดใหม่ที่ลึกที่สุดจากภารกิจของ RV Investigator มากกว่าหนึ่งร้อยเที่ยว[ref:2][ref:4] อีกชนิดหนึ่งคือปลาตระกูล greeneye ในสกุล Chlorophthalmus ที่โดดเด่นจนภูเขาใต้ทะเลลูกหนึ่งถูกตั้งชื่อว่า Green Eye ตามกลุ่มปลาที่พบ[ref:1] ทีมยังพบข้อมูลของปลิงทะเลที่เชื่อว่าอยู่ในสกุล Oneirophanta รวมถึงปะการังดำ ปะการังอ่อน ปะการังหิน เพรียง ปลา ดาวทะเล ดาวเปราะ และหนอนทะเลลึกอีกหลายแบบ[ref:1][ref:4]
รายละเอียดที่ชวนให้เรื่องนี้ติดอยู่ในหัวที่สุดอาจเป็นภูเขาใต้ทะเลรูปแอ่งภูเขาไฟที่ทีมตั้งชื่อเล่นว่า “Eye of Sauron” ซึ่งอยู่ลึกราว 3,103 เมตร และห่างจากเกาะคริสต์มาสประมาณ 282 กิโลเมตร[ref:1] แม้ทีมจะยังไม่ได้เก็บตัวอย่างจากในแอ่งนั้น แต่การทำแผนที่เพียงอย่างเดียวก็ชี้แล้วว่าพื้นทะเลลึกยังมีโครงสร้างอีกมากให้เรียนรู้ นักวิทยาศาสตร์ยังเสนอด้วยว่าภูเขาใต้ทะเลเหล่านี้อาจทำหน้าที่คล้าย “ก้าวบันได” ให้สิ่งมีชีวิตทะเลลึกค่อย ๆ กระจายตัวจากแห่งหนึ่งไปสู่อีกแห่ง แทนที่จะโดดเดี่ยวแยกขาดจากกันทั้งหมด[ref:2]
มากกว่าการนับชนิด คือการอ่านบันทึกของทะเลลึก
การสำรวจครั้งนี้ไม่ได้ให้แค่สัตว์ใหม่ แต่ยังให้หลักฐานจากอดีตด้วย นักวิจัยเก็บฟันฉลามได้มากกว่า 1,000 ซี่จากบริเวณ Cocos Abyssal Plain โดยบางส่วนมาจากความลึกราว 5,400 เมตร[ref:1][ref:3] Parks Australia ระบุว่าฟันเหล่านี้มีทั้งของฉลามยุคปัจจุบันและฉลามสูญพันธุ์ อายุย้อนกลับไปราว 33 ถึง 22 ล้านปี[ref:4] ส่วน Mongabay เสริมว่ามีทั้งฟันของฉลามขาว ฉลามมาโก ฉลามเสือ และแม้แต่ Otodus megalodon รวมถึงบางซี่มีแมงกานีสนอดูลเกาะอยู่ด้วย[ref:1] เพียงการลากอวนครั้งเดียวจึงเหมือนเปิดทั้งพิพิธภัณฑ์ฟอสซิลและสารานุกรมสิ่งมีชีวิตปัจจุบันพร้อมกัน
นี่จึงเป็นข่าวทะเลลึกที่ให้ความรู้สึกสดใสอย่างมาก เพราะมันทำให้เราเห็นภาพได้ชัด ตั้งแต่การเดินเรือเกือบ 7 วันจากดาร์วินไปถึงเกาะคริสต์มาส ไปจนถึงระยะห่างราว 960 กิโลเมตรจากโคโคสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะคริสต์มาส และช่วงความลึกที่เกิน 5 กิโลเมตรใต้ผิวน้ำ[ref:1] ที่สำคัญกว่านั้นคือ มันย้ำว่าทันทีที่มนุษย์มีแผนที่ดี กล้องที่ดี เครื่องมือ DNA ที่ดี และเวลาพอสำหรับงานอนุกรมวิธาน มหาสมุทรก็พร้อมจะตอบกลับด้วยรายละเอียดอันอุดมสมบูรณ์

สำหรับคนที่ชอบเรื่องราวทางทะเล ข่าวนี้ให้ความรู้สึกเหมือนบทเปิดมากกว่าบทสรุป เพราะการสำรวจแบบ world-first เพิ่งทำให้ภูเขาใต้ทะเลห่างไกล 22 แห่งเริ่มมีตัวตนบนแผนที่ความรู้ และเมื่อยังมีตัวอย่างอีกกว่า 400 ชนิดรอการอธิบายอย่างเป็นทางการ มหาสมุทรอินเดียก็น่าจะยังมีเรื่องสนุกให้แนะนำตัวอีกเยอะ[ref:2][ref:3]
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน