บางครั้งสิ่งที่ช่วยให้การรักษาเดินต่อได้ ไม่ใช่แค่ยาและห้องตรวจ แต่คือการมีเตียงสะอาด ๆ ให้พักใกล้โรงพยาบาลพร้อมคนในครอบครัวอยู่ข้างกัน ที่ บ้านพึ่งวัด ภูเก็ต ในตำบลรัษฎา พื้นที่พักฟรีแห่งใหม่นี้เพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการเพื่อรองรับผู้ป่วยที่มารักษาที่ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และญาติที่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ระหว่างช่วงรักษา โดยรองรับได้ถึง 99 เตียง [ref:1]

ความอบอุ่นของโครงการนี้เริ่มตั้งแต่พิธีเปิดเลยทีเดียว เพราะก่อนเปิดใช้งานจริง มีพิธีทำบุญเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ที่ วัดเขารังสามัคคีธรรม และมีพระสงฆ์เข้าร่วม 9 รูป ก่อนที่อาคารจะเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 สิงหาคม 2569 [ref:1] พิธีครั้งนั้นมี พระอุดมวชิรมงคล (วิรัตน์ อตฺถธมฺโม) เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ตและเจ้าอาวาสวัดมงคลนิมิตรเป็นประธาน ทำให้โครงการนี้ไม่ใช่แค่เรื่องอาคาร แต่เป็นภาพของวัด โรงพยาบาล และชุมชนที่ช่วยกันดูแลคนภูเก็ต [ref:1]
ที่พักเล็ก ๆ แต่ช่วยเรื่องใหญ่
เมื่อดูจากบทบาทของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ก็ยิ่งเห็นชัดว่าที่พักใกล้การรักษามีความสำคัญเพียงใด เว็บไซต์ทางการของโรงพยาบาลระบุว่า วชิระภูเก็ตเป็นโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัด ขนาด 650 เตียง ให้บริการทางการแพทย์ระดับตติยภูมิและเฉพาะทางขั้นสูง [ref:2] นั่นหมายความว่ามีผู้ป่วยจำนวนมากจากทั้งภูเก็ตและพื้นที่ใกล้เคียงที่ต้องเดินทางมาใช้บริการต่อเนื่อง
คุณ รวิเพ็ญ กิ่งแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต อธิบายว่าแนวคิดของบ้านพึ่งวัด ภูเก็ต คือช่วยผู้ป่วยที่ไม่พร้อมรับภาระค่าห้องระหว่างพักฟื้น โดยค่าห้องของโรงพยาบาลทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,500 บาทต่อราย การมีที่พักฟรีจึงช่วยลดรายจ่ายก้อนสำคัญได้ทันที [ref:1]
ด้าน อรสา โตสว่าง ผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการของโรงพยาบาล ให้ภาพจำที่สวยมากว่า โรงพยาบาลทำหน้าที่ “รักษากาย” ส่วนบ้านพึ่งวัดช่วย “รักษาใจ” ด้วยการเป็นที่พักให้ผู้ป่วยและครอบครัวที่กำลังเผชิญช่วงเวลายาก [ref:1] ประโยคนี้ฟังแล้วเข้าใจโครงการทั้งหลังได้ในทันที
ใช้งานได้จริงตั้งแต่วันแรก
จุดเด่นของที่นี่คือไม่ได้หยุดอยู่ที่ความตั้งใจดี แต่มีระบบที่ชัดเจนพร้อมใช้งานจริงทุกวัน เวลา เช็กอิน 14:00-16:30 น. และ เช็กเอาต์ 08:00-11:00 น. [ref:1][ref:3] ผู้เข้าพักต้องใช้ บัตรประชาชนไทย และ ใบส่งตัวจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โดยระยะเวลาการพักจะเป็นไปตามที่ระบุในใบส่งตัว [ref:1][ref:3]

หนึ่งเตียงรองรับได้ ผู้ป่วย 1 คน และญาติได้สูงสุด 2 คน [ref:1][ref:3] รายละเอียดนี้สำคัญมาก เพราะครอบครัวจำนวนไม่น้อยอยากอยู่ดูแลกันโดยไม่ต้องแยกพักคนละที่ หากจำเป็นต้องพักต่อ มีค่าขยายเวลา 500 บาทต่อคืน และมี ค่ามัดจำสายรัดข้อมือ 100 บาทต่อคน หากสายรัดสูญหายหรือชำรุด จะมีค่าปรับ 200 บาท [ref:1][ref:3]
ส่วนกติกาภายในก็ชัดเจนเพื่อให้ทุกคนใช้พื้นที่ร่วมกันได้ดี ผู้เข้าพักต้องเตรียม ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว และเสื้อผ้า มาเอง ห้ามนำอาหาร ขนม และยาเข้าภายในอาคาร และมี CCTV ดูแลทั้งในและรอบพื้นที่พัก [ref:1][ref:3] ฟังดูเป็นรายละเอียดจุกจิก แต่จริง ๆ แล้วนี่คือเหตุผลที่ทำให้ที่พักส่วนรวมอยู่ได้อย่างเป็นระเบียบและปลอดภัย
ความเมตตาที่มองเห็นได้เป็นชิ้นเป็นอัน
อีกมุมที่น่าประทับใจคือโครงการนี้เกิดขึ้นจากแรงสนับสนุนของคนภูเก็ตจริง ๆ คุณอรสาเล่าว่า ผู้ร่วมบุญช่วยกันบริจาคทั้ง แผงโซลาร์เซลล์ อิฐ ปูนก่อ และกาวซีเมนต์ [ref:1] จึงเหมือนอาคารทั้งหลังถูกประกอบขึ้นจากน้ำใจของผู้คนหลายกลุ่ม ไม่ใช่แค่เงินทุนก้อนเดียว
เธอยังย้ำด้วยว่าต่อให้บริจาคเพียง 9 บาท ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยชีวิตใครสักคนได้ [ref:1] ประโยคนี้ทำให้ข่าวชิ้นนี้มีความหมายมากขึ้น เพราะมันชี้ให้เห็นว่าโครงการดี ๆ ในชุมชนไม่ได้เริ่มจากสิ่งยิ่งใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการช่วยกันคนละนิดอย่างต่อเนื่อง

สำหรับภูเก็ต ข่าวนี้จึงเป็นมากกว่าการเปิดอาคารใหม่ แต่คือการเพิ่ม “พื้นที่พักใจ” ข้างโรงพยาบาลศูนย์ 650 เตียง ของจังหวัด เป็นพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง มีเวลารับเข้าชัดเจน รองรับได้ 99 เตียง และช่วยให้ครอบครัวที่ต้องมารักษาไม่ต้องแบกภาระค่าอยู่ใกล้โรงพยาบาลเพียงลำพัง [ref:1][ref:2][ref:3] ในเมืองท่องเที่ยวที่ยังมีหัวใจของชุมชนอยู่เต็มเปี่ยม นี่เป็นข่าวดีที่อบอุ่นและงดงามมากเรื่องหนึ่ง
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน