เช้าวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2026 เรือเล็กลำแรกของวันเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต และแขก 5,100 คนก็เริ่มเดินทางมาถึงด้วยวิธีที่น่ารักที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้ — มาทางเรือ ทีละรอบ พร้อมกล้องถ่ายรูปที่หยิบออกมาถ่ายกันตั้งแต่ยังไม่ขึ้นฝั่ง [ref:1][ref:2]
พวกเขามาจากเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS George H.W. Bush (CVN 77) และเรือพิฆาต USS Delbert D. Black (DDG 119) ที่มาทอดสมอนอกชายฝั่งภูเก็ตในเช้าวันนั้น เพื่อพักผ่อนหกวัน และที่พิเศษสุดสำหรับลูกเรือของเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ นี่คือการเข้าเยือนท่าเรือแห่งแรกนับตั้งแต่ออกเดินทางจากเมืองนอร์โฟล์ก รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อเดือนมีนาคม [ref:1][ref:3]
หกเดือนกลางทะเล แล้วแผ่นดินแห่งแรกที่ได้ย่ำคือภูเก็ต — จะมีที่ไหนเหมาะกว่านี้อีก

เมืองลอยน้ำมาเยือนเกาะ
ตัวเลขอย่างเดียวก็ทำให้ยิ้มได้ เรือบรรทุกเครื่องบินมาพร้อมกำลังพลราว 4,800 นาย เรือพิฆาตอีกราว 320 นาย รวมกันเกิน 5,100 คน ทยอยขึ้นฝั่งผ่านท่าเรือน้ำลึกระหว่างวันที่ 4–9 ตุลาคม [ref:2] ช่วงแรกมีผู้พบเห็นลูกเรือบางส่วนโดยสารเรือเล็กเข้าฝั่ง จากดาดฟ้าสีเทาสู่เนินเขาเขียวขจีของเกาะ [ref:2]
เรือที่พาพวกเขามาก็น่าทึ่งไม่แพ้กัน USS George H.W. Bush เป็นเรือธงของกองเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 10 ซึ่งรวมกองบินเรือ 7 พร้อมฝูงบินประจำเรือเก้าฝูง เรือพิฆาต USS Mason (DDG 87) และกองเรือพิฆาตที่ 22 ที่มีเรือรบชั้นอาร์เลย์เบิร์กอย่าง Ross และ USS Donald Cook (DDG 75) [ref:1] เปรียบเหมือนเมืองเล็ก ๆ ที่มีสนามบินของตัวเอง จอดสุภาพอยู่นอกชายฝั่ง เพื่อให้เกาะได้ต้อนรับทีละเรือเล็กทีละลำ
ฟุตบอล วัด และร้านอาหาร: ตารางชีวิตของกะลาสีผู้มีความสุข
กะลาสีที่ได้อิสระบนเกาะภูเก็ตจะทำอะไร โปรแกรมทางการอ่านแล้วเหมือนบัญชีสิ่งที่อยากทำในวันหยุด มีทั้งทัวร์ชมสถานที่ โอกาสพบปะชาวบ้าน กิจกรรมเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย และกิจกรรมชุมชนต่าง ๆ ทั่วเกาะ [ref:1][ref:2]
รายการที่น่ารักที่สุดในตาราง อาจเป็นการแข่งฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างกะลาสีสหรัฐฯ กับทีมไทย ที่จัดโดยคณะกรรมการสวัสดิการและบันเทิงของเรือบรรทุกเครื่องบิน [ref:1] ไม่มีใครจำผลแข่งของเกมแบบนี้หรอก สิ่งที่อยู่กันไว้ได้คือจับมือกันตอนจบ

สำหรับร้านอาหาร รีสอร์ตริมหาด คนขับรถรับจ้าง และตลาดกลางคืนของเกาะ การมาเยือนครั้งนี้ก็เป็นของขวัญที่มาพร้อมจังหวะเวลาอย่างดี เมื่อเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln เข้าเยือนท่าเรือแหลมฉบังเมื่อเดือนกันยายนพร้อมกำลังพลราว 5,000 นาย นายกเทศมนตรีท้องถิ่นประเมินว่ากำลังพลแต่ละคนอาจใช้จ่ายบนฝั่งถึงวันละ 3,000 บาท [ref:2] ลองคูณความสุขั้นนี้กับการพักหกวันเต็ม ๆ ในภูเก็ต ก่อนฤดูท่องเที่ยวไฮซีซันจะเริ่มต้น ย่านค้าขายทั้งเกาะก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นนี้
มิตรเก่าแก่ที่สุดของอเมริกาในเอเชีย
เหตุผลที่การเยือนแบบนี้ยังคงมาเรื่อย ๆ ใหญ่กว่าเรือสักลำใดลำหนึ่ง สถานทูตสหรัฐฯ ระบุว่าไทยเป็นมิตรภาคีที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในเอเชีย และเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาเพียงหนึ่งเดียวของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แผ่นดินใหญ่ — เป็นมิตรภาพที่ถักทอมาหลายสิบปีด้วยการซ้อมรบอย่างโคบร้าโกลด์ และการเยือนท่าเรืออย่างที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ [ref:1]
พลเรือจัตวา Todd F. Cimicata ผู้บัญชาการกองเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 10 กล่าวไว้ชัดเจนว่า "ไทยเป็นหนึ่งในมิตรเก่าแก่ที่สุดของอเมริกาทุกที่ในโลก จึงเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนภูเก็ต และให้กะลาสีของเราได้สัมผัสวัฒนธรรมที่พิเศษและน่าทึ่งเช่นนี้" [ref:1] ส่วนกัปตัน Justin T. Issler ผู้บัญชาการเรือบรรทุกเครื่องบิน ก็กล่าวว่าลูกเรือเป็นเกียรติที่จะได้สัมผัสวัฒนธรรมไทยและใกล้ชิดกับชุมชนท้องถิ่น [ref:1]
นี่เป็นการเยือนของเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองในไทยภายในสองเดือน — จังหวะแบบที่มิตรเก่าแก่มักมีต่อกัน [ref:3]

หนึ่งสัปดาห์แห่งการกล่าวว่ายินดีต้อนรับ
ถึงวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม เรือเล็กจะวิ่งกลับทางเดิม เมืองลอยน้ำก็ค่อย ๆ จางหายไปกับขอบฟ้า [ref:2] สิ่งที่อยู่ข้างหลังคือความหมายง่าย ๆ ของการเยือนแบบนี้ หนึ่งสัปดาห์ที่เกาะทำสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุด — เลี้ยงดูแขกให้อิ่ม เตะบอลด้วยกัน พาไปชมวัดและชายหาด แล้วส่งผู้คน 5,100 คนกลับบ้านพร้อมคำว่า "ภูเก็ต" ที่ผูกกับความทรงจำดี ๆ หนึ่งชุด
ถ้าสัปดาห์นี้คุณอยู่บนเกาะ ลองเปลี่ยนสายตาหน่อยริมถนนทางเข้าท่าเรือหรือย่านเมืองเก่า อาจเห็นกลุ่มกะลาสีชุดขาวที่ได้ย่ำแผ่นดินครั้งแรกในครึ่งปี กำลังฝึกพูดคำว่า "สวัสดี" แล้วค้นพบด้วยความดีใจว่าทุกคนยิ้มตอบเขาอยู่แล้ว
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน