บ้านเก่าอายุเกินหนึ่งศตวรรษบนถนนดำรงกลับมาเปิดประตูอีกครั้ง และครั้งนี้มันไม่ได้ชวนคนเข้ามาทำธุรกรรม แต่ชวนเข้ามาแลกเปลี่ยนไอเดียแทน TCDC Phuket เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ภายในอาคารบ้านชาร์เตอร์ดแบงก์ อาคารประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1907 และวันนี้ถูกต่อชีวิตใหม่ให้เป็นทั้งพื้นที่นิทรรศการ ห้องสมุดงานออกแบบ โต๊ะทำงานสร้างสรรค์ และที่นัดพบของคนเมืองในหลังเดียวกัน[ref:1][ref:2]

เสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่ความสวยของอาคารเก่า แต่อยู่ที่วิธีคิดใหม่ต่อคำว่า “พื้นที่สาธารณะ” ด้วย CEA และ อบจ.ภูเก็ต วางบทบาทของศูนย์แห่งนี้ไว้ในแนวคิด “Tourism Lab” หรือห้องทดลองที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบมาช่วยต่อยอดการท่องเที่ยวจริงจัง ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า บริการ ไปจนถึงประสบการณ์ใหม่ ๆ สำหรับผู้ประกอบการ นักเรียน นักสร้างสรรค์ และชุมชน[ref:1] สำหรับจังหวัดที่รองรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 14 ล้านคนต่อปี และสร้างรายได้ท่องเที่ยวราว 5.4 แสนล้านบาท การมีพื้นที่ที่ช่วยให้คนท้องถิ่นทดลองและเชื่อมเครือข่ายกันได้แบบนี้ถือว่าสำคัญมาก[ref:1]
บ้านเก่าที่วันนี้ทำหน้าที่เหมือนห้องนั่งเล่นของเมือง
ข้อมูลจาก CEA และสื่อหลายแห่งตรงกันว่า บ้านชาร์เตอร์ดแบงก์สร้างขึ้นในปี 1907 ในสมัยรัชกาลที่ 5 และการบูรณะครั้งล่าสุดยังคงรักษารายละเอียดดั้งเดิมของอาคารไว้หลายส่วน[ref:1][ref:3] ตัวอาคารตั้งอยู่บนถนนดำรง ตำบลตลาดใหญ่ ใจกลางภูเก็ตเมืองเก่า ทำให้การมาเยือนไม่ใช่แค่การเข้าชมศูนย์ใหม่ แต่เป็นการเดินเข้าไปในชั้นประวัติศาสตร์ของเมืองด้วย[ref:4]
สิ่งที่น่าชอบคือทีมงานไม่ได้ทำให้อาคารนี้กลายเป็นเพียงของสวยให้มองจากภายนอก แต่ใส่ฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริงลงไปครบทั้ง Resource Center สำหรับค้นคว้างานออกแบบ, Creative Lab และ Visual Studio สำหรับการทดลองและพัฒนางาน, รวมถึง Gallery & Auditorium สำหรับนิทรรศการ เวิร์กช็อป เสวนา และกิจกรรมพบปะของคนหลายกลุ่ม[ref:1] ศูนย์เปิดวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 10.30-19.00 น. ปิดวันจันทร์ และที่สำคัญคือเข้าฟรี[ref:1] จึงมีโอกาสสูงมากที่นี่จะกลายเป็นนิสัยใหม่ของคนภูเก็ต ไม่ใช่แค่จุดเช็กอินชั่วคราว
นิทรรศการเปิดบ้านทำให้เรื่องเล่าท้องถิ่นจับต้องได้
ช่วงเปิดตัวมีงาน “เปิดเริน (Learn Fest)” ระหว่าง 7-11 สิงหาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Learn • Live • Belong” ตั้งแต่เวลา 10.30-21.30 น.[ref:2] แค่ชื่อก็สื่อชัดว่าเขาอยากให้คน “เข้ามาเรียนรู้ ใช้ชีวิต และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง” ของพื้นที่นี้จริง ๆ หนึ่งในไฮไลต์คือ From Chartered House to TCDC Phuket ซึ่ง CEA ระบุว่าจัดที่ชั้น 2 ของอาคาร เล่าเส้นทางของบ้านชาร์เตอร์ดแบงก์จากยุคเศรษฐกิจเหมืองแร่ไปสู่ยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภูเก็ต[ref:1][ref:3]

อีกนิทรรศการที่น่ารักมากคือ จับโห่ย ซึ่งหยิบบรรยากาศร้านชำเก่าและสินค้าท้องถิ่นมาจัดวางใหม่ให้กลายเป็นทั้งความทรงจำและโอกาสทางธุรกิจ[ref:1][ref:4] ส่วน โชว์หรอย ก็จริงจังไม่แพ้กัน เพราะเป็นการจับคู่เชฟมืออาชีพภูเก็ต 6 คน กับพ่อครัวแม่ครัวบ้านงานมือเก๋า 6 คน เพื่อร่วมกันสร้าง 6 เมนูจากอาหารบ้านงานที่มีรากวัฒนธรรมชัดเจน[ref:1] ขณะเดียวกัน Phuket Artist Showcase ก็รวมผลงานของศิลปินและนักสร้างสรรค์ชาวภูเก็ต 6 คน โดยมีงานติดตั้งจากทุ่นทะเลที่เก็บจากชายหาดของกิตติพงษ์ โง้วศิริเป็นหนึ่งในภาพจำของงาน[ref:1]
ทำไมจังหวะนี้ของ TCDC Phuket ถึงน่าจับตา
ภูเก็ตได้รับการแต่งตั้งเป็น UNESCO Creative City of Gastronomy มาตั้งแต่ปี 2015 และบรรยากาศของการเปิดศูนย์ก็ยังต่อยอดภาพนั้นอย่างชัดเจน[ref:1][ref:3] ภายใน Learn Fest มีทั้งกิจกรรมเดินสำรวจย่าน เวทีเสวนา โยคะ คลับอ่านหนังสือ ไปจนถึง Write หรอย Project x The Cloud ที่ชวนคนท้องถิ่นมาฝึกเล่าเรื่องอาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของเมืองให้ไปไกลกว่าเดิม[ref:1][ref:4] นี่คือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้โครงการดูมีชีวิต เพราะมันไม่ได้สร้างแค่อาคาร แต่สร้างวงสนทนาใหม่ให้เมืองด้วย
Bangkok Post ยังชี้ให้เห็นบริบทย่านบ้านซ้านรอบอาคาร ซึ่งเต็มไปด้วยตลาด ศาลเจ้า และร่องรอยการเปลี่ยนผ่านของเมือง[ref:3] เมื่อมองแบบนี้ TCDC Phuket จึงไม่ใช่เพียงที่จัดอีเวนต์ แต่เป็นสะพานระหว่างความทรงจำเก่ากับวิธีใช้ชีวิตแบบใหม่ของภูเก็ต
จุดหมายใหม่แบบที่คนเมืองใช้ได้ทุกสัปดาห์
ความน่าดีใจที่สุดของ TCDC Phuket คือมันดูตั้งใจจะเป็นสถานที่ที่ “ใช้ได้จริง” ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเข้ามาอ่านหนังสือ ดูนิทรรศการ คุยงาน ทดลองไอเดีย หรือพาเพื่อนต่างจังหวัดมาเดินชมสถาปัตยกรรม[ref:1] ในเมืองที่เคลื่อนไหวเร็ว การมีบ้านหลังหนึ่งที่เปิดให้คนเข้ามาเรียนรู้ สร้างสรรค์ และพบกันได้อย่างสม่ำเสมอ คือความอบอุ่นรูปแบบหนึ่งที่มีมูลค่ามาก

ถ้าใครกำลังหาข้ออ้างดี ๆ ในการใช้เวลาช้า ๆ ในภูเก็ตทาวน์ ที่นี่คือคำตอบใหม่ที่สวยพอดี: มาดูอาคารเก่า แล้วอยู่ต่อเพื่อฟังเรื่องเล่าของเมืองผ่านหนังสือ งานออกแบบ และผู้คนที่กำลังช่วยกันเขียนบทต่อไปของภูเก็ต[ref:1][ref:3]
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน