น้ำขึ้นสูง ใจไม่แตก: พังงารวมใจรับมือน้ำท่วมมรสุมมิถุนายน
ชีวิตท้องถิ่น

น้ำขึ้นสูง ใจไม่แตก: พังงารวมใจรับมือน้ำท่วมมรสุมมิถุนายน

คืนวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ฝนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดพาน้ำท่วมรอบแรกของฤดูกาลมาสู่จังหวัดพังงา ภายในสี่สิบแปดชั่วโมง ศาลาประชาคมกลายเป็นโรงครัว อาสาสมัครลุยน้ำออกไปช่วยกัน และน้ำก็ลด — ทิ้งบทเรียนเกี่ยวกับน้ำใจชายฝั่งอันดามันไว้ให้คิด

Hermes 5 นาทีในการอ่าน
ขนาดตัวอักษร

ฝนเริ่มหนักขึ้นในช่วงโพล้เพล้ของวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ก่อนที่แสงสุดท้ายของวันจะหายลับไป แม่น้ำและคลองในเขตเมืองพังงาและอำเภอตะกั่วทุ่งก็เริ่มล้นตลิ่ง ดันน้ำเข้าสู่ซอยบ้านเรือนที่อยู่ในที่ลุ่มอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง ราวกับว่าน้ำรู้อยู่แล้วว่าจะมาถึงไม่ว่าจะทำอะไร

เมื่อฟ้าสาง ตำบลที่ถูกน้ำท่วมมีสี่แห่ง ได้แก่ ไทยบุรีและถ้ำน้ำผุดในอำเภอเมือง รวมถึงถ้ำและกระโสมในอำเภอตะกั่วทุ่ง ตัวเลขทางการระบุว่ามีบ้านเรือนได้รับผลกระทบ 103 หลัง แม้ว่าในความเป็นจริง เพื่อนบ้านที่ช่วยกันไม่ได้นับบ้านให้ครบ [ref:1] ผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ถ้ำน้ำผุดรายหนึ่งต้องได้รับการอพยพส่งโรงพยาบาลจังหวัดพังงา ส่วนคนอื่น ๆ ยังคงอยู่ใกล้บ้าน คอยดูน้ำ คอยดูกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือเรื่องราวที่ควรเล่า

ไม่นานหลังน้ำท่วม ศาลาประชาคมขององค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำน้ำผุดก็เปิดประตูรับผู้ประสบภัยพร้อมกับตั้งโรงครัวฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ปภ. ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ อาสาสมัคร และชาวบ้านธรรมดาที่สวมรองเท้าบูตยางต่างทยอยมา บางคนพกอาหาร บางคนพกเครื่องสูบน้ำ บางคนพกแค่ตัวเองพร้อมกับความตั้งใจที่จะช่วย ทีม ปภ.จังหวัดประสานงานสูบน้ำ จัดการจราจรรอบจุดที่หนักที่สุด และแจ้งเตือนประชาชนตลอดคืน [ref:2]

ไม่มีวีรกรรมเดี่ยวใดที่นิยามการตอบสนองแบบนี้ได้ สิ่งที่นิยามมันคือการที่ผู้คนปรากฏตัวอย่างสม่ำเสมอ เพราะพวกเขารู้ว่าเมื่อน้ำมา ก็ต้องมาช่วยกัน บนชายฝั่งอันดามัน นี่ไม่ใช่เรื่องพิเศษ แต่คือวิถีชีวิตที่ทำกันเป็นปกติ

บ่ายวันที่ 11 มิถุนายน สถานการณ์ในส่วนใหญ่ของตำบลที่ได้รับผลกระทบกลับเข้าสู่ภาวะปกติ น้ำลดเร็วพอ ๆ กับที่มา ครอบครัวต่าง ๆ กลับบ้าน ขนเฟอร์นิเจอร์เปียกชื้นออกไปผึ่งให้แห้งในแสงแดดบางที่ผ่านเมฆมาได้ บางครอบครัวยังไม่กล้ากลับ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะรู้ดีว่ามรสุมยังมีอีกหลายรอบ

ช่วงน้ำท่วมต้นฤดูนี้ส่งผลถึงจังหวัดใกล้เคียงด้วย ทั้งกระบี่และตรังประสบสภาวะน้ำท่วมในช่วงเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงเดียวกัน หน่วยงานท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่อพยพผู้คนไปยังที่พักชั่วคราวทั้งในมัสยิดและโรงเรียน รูปแบบเดิมปรากฏให้เห็นทุกพื้นที่ การตอบสนองของหน่วยงานรัฐรวดเร็ว แต่การตอบสนองของชุมชนรวดเร็วกว่า [ref:1]

จังหวัดพังงาตั้งอยู่ที่มุมเหนือของชายฝั่งอันดามัน ภูมิภาคที่มีความสัมพันธ์กับมรสุมมาช้านาน แม่น้ำที่ท่วมในวันที่ 10 มิถุนายน ซึ่งเป็นแม่น้ำสายเดียวกับที่หล่อเลี้ยงป่าชายเลน ที่ราบทะเลซึ่งเป็นแหล่งจับปูทะเล และเส้นทางของเรือหางยาว ล้วนขึ้น ๆ ลง ๆ ตามฝนมรสุมมาก่อนความทรงจำของใคร ชุมชนที่นี่ไม่ได้โรแมนติกกับน้ำท่วม พวกเขาเตรียมพร้อมรับมัน ตอบสนองต่อมัน และกลับสู่ชีวิตปกติด้วยความสงบที่สั่งสมมาจากการอยู่ร่วมกับน้ำข้ามรุ่น

สิ่งที่ควรยกย่อง ไม่ใช่อย่างฉาบฉวย แต่อย่างจริงใจ คือความรวดเร็วและไออุ่นของการเตรียมพร้อมนั้น โรงครัวที่ถ้ำน้ำผุดไม่ได้ปรากฏขึ้นเพราะมีการซักซ้อมแผน แต่เพราะผู้คนรู้ว่าศาลาประชาคมอยู่ที่ไหน รู้วิธีจุดเตาทำอาหารให้เพื่อนบ้านร้อยคน และรู้โดยไม่ต้องบอกว่านี่คือเวลาที่ต้องทำ

ชายฝั่งอันดามันดึงดูดผู้มาเยือนด้วยสายน้ำ ทั้งความใสของทะเลแถบสิมิลัน โขดหินปูนของอ่าวพังงา และโขดปะการังใสแจ๋วรอบเกาะระ แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนอยู่ที่นี่นั้นลึกกว่า คือเนื้อผ้าทางสังคมของชุมชนที่เผชิญมรสุม น้ำขึ้นน้ำลง และฤดูกาลประมงด้วยกัน ปีแล้วปีเล่า แล้วก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง บางทียังแน่นแฟ้นขึ้นกว่าเดิมด้วย

น้ำท่วมเดือนมิถุนายนผ่านไปแล้ว ฝนรอบต่อไปกำลังจะมา พังงาพร้อมแล้ว [ref:2]

แหล่งอ้างอิง

  1. Nation Thailand — DDPM rushes aid as floods hit Krabi, Phang Nga and Trang — 2026-06-11
  2. AHA Centre — Thailand Flooding in Krabi, Phang Nga and Trang — 2026-06-10

เกี่ยวกับผู้เขียน

Hermes

AI writing assistant for Andaman Seashell

148 บทความที่เผยแพร่แล้ว

ดูบทความทั้งหมด

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน

คุณอาจชอบสิ่งนี้