มีเหตุผลที่ของตกแต่งฝังมุกชิ้นเล็ก ๆ วางบนชั้นไม้ในบ้านภูเก็ตแล้วดูสวยพอดีอย่างน่าประหลาด แค่แสงบ่ายตกกระทบ ผิวมุกก็สะท้อนแสงกลับมาแบบนุ่ม ๆ ทำให้มุมห้องทั้งมุมดูสงบขึ้นทันที งานช่างชนิดนี้จึงไม่ได้ดูเป็นของโบราณที่ต้องเก็บไว้ไกลตัว แต่กลับเข้ากับบ้านริมทะเลที่มีไม้จริง หวาย ผ้าลินิน และลมโปร่งจากหน้าต่างได้อย่างเป็นธรรมชาติ[ref:1][ref:2]

ถ้ามองในภาพใหญ่ ภูเก็ตเองก็เป็นเมืองที่มีเรื่องเล่าด้านงานสร้างสรรค์ชัดเจนอยู่แล้ว UNESCO ระบุว่าภูเก็ตเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์มาตั้งแต่ปี 2015 มีประชากรราว 390,000 คน และมีงาน Old Town Festival ประจำปีนาน 3 วัน ซึ่งเชื่อมอาหาร งานช่างพื้นบ้าน และศิลปะเข้าด้วยกัน พร้อมผู้ชมมากกว่า 400,000 คน[ref:1] พอเมืองให้คุณค่ากับงานฝีมือในพื้นที่จริง ๆ รสนิยมเรื่องของใช้ในบ้านก็มักตามมาด้วย วัสดุจึงไม่ใช่แค่ของสวย แต่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของเมือง
เสน่ห์อยู่ที่ “วัสดุ” ก่อนอย่างอื่น
มุกหรือ mother-of-pearl คือชั้นผิวด้านในของเปลือกหอยบางชนิด เช่น หอยมุก หอยแมลงภู่ และหอยตาวัวหรือ turban snail[ref:2] Thailand Foundation อธิบายไว้อย่างชัดเจนว่า ช่างจะตัดเปลือกหอยเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วฝังลงบนพื้นแล็กเกอร์สีดำเพื่อสร้างลวดลายละเอียดอ่อน[ref:3] ความงามของงานชนิดนี้จึงเกิดจากคู่ตรงข้ามที่ลงตัวมาก—ผิวมุกที่มีประกายเคลื่อนไหว กับพื้นดำที่ช่วยขับให้ลายเด่นขึ้นอย่างสุขุม
ด้านวัสดุศาสตร์ก็ยิ่งทำให้งานนี้น่าสนใจขึ้น The Met อธิบายว่าแล็กเกอร์มาจากยางไม้ และเมื่อสัมผัสออกซิเจนกับความชื้นในอุณหภูมิประมาณ 70–80 องศาฟาเรนไฮต์ จะค่อย ๆ แข็งตัวจนกลายเป็นผิวเคลือบที่ทนน้ำ ทนกรดบางชนิด และทนความร้อนได้[ref:4] เพราะอย่างนี้เอง งานฝังมุกบนแล็กเกอร์จึงไม่ใช่แค่การประดับผิว แต่เป็นระบบวัสดุที่คิดมาอย่างฉลาด และช่วยอธิบายว่าทำไมงานเก่าหลายชิ้นจึงอยู่ข้ามศตวรรษมาได้[ref:2][ref:4]
ทำไมพอเข้าบ้านสมัยนี้แล้วไม่ดูเชย
บ้านชายฝั่งที่ดูดีในวันนี้มักไม่ต้องใช้ของเยอะ แต่เลือกของที่มีพื้นผิวและเรื่องราวจริง มุกฝังจึงเหมาะมาก เพราะให้ทั้งประกายแสงและความละเอียดโดยไม่ทำให้ห้องดูแน่นเกินไป ไม่ว่าจะเป็นพาน กล่องเก็บของ ตู้เล็ก หรือกรอบตกแต่ง แค่มีชิ้นเดียวก็พอสร้างจุดพักสายตาได้แล้ว
ตัวอย่างจาก The Met ยิ่งช่วยให้เห็นภาพว่า งานฝังมุกไม่จำเป็นต้องใหญ่โตเสมอไป กล่องเก็บคัมภีร์ใบลานของไทยช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ชิ้นหนึ่งมีความกว้าง 62.2 เซนติเมตร สูงและลึกเพียง 11.4 เซนติเมตร แต่ยังดูประณีตและทรงพลังมาก[ref:5] นี่คือขนาดที่วางบนชั้น บนคอนโซล หรือในมุมอ่านหนังสือได้สบาย ซึ่งเข้ากับบ้านภูเก็ตสมัยใหม่มากกว่าที่หลายคนคิด

เบื้องหลังงานก็มีความเป็นมนุษย์ที่อบอุ่นมาก Thailand NOW เล่าถึงครูช่างจุกกิต สุขสวัสดิ์ ผู้สร้างลาย “บัวบางเลน” จากแรงบันดาลใจเรื่องดอกบัวในบ้านเกิดที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม[ref:2] ส่วน Thailand Foundation ระบุว่าเขาพยายามรักษาลายโบราณไว้พร้อมกับทดลองรูปแบบใหม่ ๆ[ref:3] ความสมดุลระหว่างการสืบทอดกับการต่อยอดนี่เองที่ทำให้งานมุกฝังยังดูร่วมสมัย ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์
งานหนึ่งชิ้นมีเวลาและความนิ่งซ่อนอยู่มากแค่ไหน
ข้อเท็จจริงที่ทำให้มองงานฝังมุกต่างไปทันที คือบันทึกปี 1885 ที่ Thailand NOW อ้างถึง พานเพียง 25.5 เซนติเมตรหนึ่งใบ อาจต้องใช้ชิ้นมุกถึง 1,500–2,000 ชิ้น[ref:2] และช่างชื่อ Nai Yu สามารถตัดเปลือกหอยได้เพียงวันละ 30–35 ชิ้นเท่านั้น ทำให้แค่ขั้นตอนตัดมุกก็อาจกินเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว[ref:2] ตัวเลขนี้ทำให้เราเห็นชัดว่า ความงามของงานไม่ได้มาจากความวาวอย่างเดียว แต่มาจากจังหวะมือ ความนิ่ง และการทำซ้ำอย่างอดทน
ในทางวิทยาศาสตร์ มุกยังน่าทึ่งกว่านั้นอีก นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน–แมดิสันอธิบายว่า nacre มีความทนต่อการแตกหักมากกว่าแร่ aragonite ซึ่งเป็นองค์ประกอบของมันถึง 3,000 เท่า และโครงสร้างจุลภาคของมันยังบอกได้ทั้งอุณหภูมิน้ำและความลึกของทะเลในช่วงที่มันก่อตัวขึ้น[ref:6] ของตกแต่งชิ้นหนึ่งจึงไม่ใช่แค่ของสวย แต่เป็นบันทึกชีวิตของทะเลในอีกรูปแบบหนึ่งด้วย
ถ้าอยากให้บ้านได้บรรยากาศนี้ ควรวางแบบไหน
วิธีที่สวยที่สุดคือใช้แบบพอดี ให้มุกฝังอยู่ในจุดที่แสงเดินผ่านได้ เช่น บนชั้นไม้สัก ข้างเซรามิกผิวด้าน ใกล้ผ้าทอหรือหวาย หรือวางกับเฟอร์นิเจอร์สีเข้มเพื่อให้ประกายของมุกได้หายใจ งานแบบนี้เข้ากับบ้านชายฝั่งมาก เพราะดึงสีของทะเลเข้ามาในบ้านอย่างเงียบ ๆ สุภาพกว่า “ของแต่งบ้านธีมทะเล” ทั่วไป และมีชั้นเชิงกว่ามาก

เมื่อวัสดุชนิดหนึ่งเดินทางจากบานประตูวัด หีบคัมภีร์ และเครื่องใช้พิธีการ มาสู่ชั้นวางของและมุมนั่งเล่นในบ้านปัจจุบันได้อย่างไม่ขัดเขิน นั่นมักแปลว่าวัสดุนั้นยังมีบางอย่างจริงแท้อยู่เสมอ สำหรับมุกฝัง สิ่งนั้นคือแสง ความละเอียด และความสงบที่บ้านภูเก็ตยังฟังออกอยู่จนถึงวันนี้[ref:1][ref:2][ref:4]
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน