กำแพงที่โตมาจากทะเล: เปลือกหอยนางรมและสาหร่ายกลายเป็นสถาปัตยกรรมจริงที่เมลเบิร์น
บ้านและของตกแต่ง

กำแพงที่โตมาจากทะเล: เปลือกหอยนางรมและสาหร่ายกลายเป็นสถาปัตยกรรมจริงที่เมลเบิร์น

เสาสูงเกือบสามเมตรที่สร้างจากสาหร่ายน้ำเสียและเปลือกหอยนางรมกว่าหนึ่งตัน กลายเป็นไฮไลต์ของนิทรรศการ Plant Life ที่เมลเบิร์น — พิสูจน์ว่าเศษอาหารจากจานข้าวสามารถกลายเป็นสถาปัตยกรรมจริงได้

The Coastal Home Curator 5 นาทีในการอ่าน
ขนาดตัวอักษร

หอศิลป์แห่งหนึ่งในเมลเบิร์นมีเสาคอลัมน์สูงเกือบสามเมตรตั้งเด่นอยู่กลางแสงเช้า — และทุกก้อนในเสาต้นนี้เกิดจากทะเล เพราะมันคือ “ไบโอเมสันรี” วัสดุก่อสร้างชนิดใหม่ที่กดขึ้นจากสาหร่ายน้ำหนักกว่าหนึ่งตันที่ใช้กรองน้ำเสีย ผสมกับเปลือกหอยนางรมที่เหลือทิ้งจากฟาร์มและร้านอาหาร สร้างสรรค์โดยเคต สคาร์ดิฟิลด์ ศิลปินและนักวิจัยวัสดุจากซิดนีย์ ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์กลุ่ม Climate Change Cluster มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ (UTS) [ref:1][ref:2]

ผลงานชื่อ Urgent Is The Rhythm เป็นหนึ่งในไฮไลต์เปิดงานของนิทรรศการ Plant Life: The Nature of Design ของหอศิลป์แห่งชาติเมลเบิร์น (NGV) จัดแสดงตั้งแต่ 28 สิงหาคม 2026 ถึง 7 กุมภาพันธ์ 2027 และเข้าชมฟรี [ref:3] ท่ามกลางผลงานกว่า 60 ชิ้นที่ชวนตั้งคำถามสนุก ๆ ว่า ถ้าวัสดุแห่งอนาคตกำลังงอกงามอยู่รอบตัวเราอยู่แล้วล่ะ

บล็อกวัสดุสีขาวมุกอัดจากเปลือกหอยบด เรืองแสงในแกลเลอรี

ของเหลือสองอย่าง กลายเป็นวัสดุชิ้นใหม่

สูตรนี้ฟังดูง่ายเกินไปสำหรับสิ่งที่ได้มา ฝั่งแรกคือสาหร่ายตะไคร่น้ำที่ปลูกเพื่อกรองน้ำเสียในฟาร์มน้ำกร่อยของรัฐนิวเซาท์เวลส์และควีนส์แลนด์ — สาหร่ายที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ไปพร้อมกับการเติบโต ฝั่งที่สองคือเปลือกหอยนางรมเหลือทิ้งจากฟาร์มและศูนย์คัดแยกตามชายฝั่ง ซึ่งเดิมมีทางไปเพียงหลุมฝังกลบขยะ [ref:1]

ทีมงานนำของทิ้งทั้งสองมากดและบ่มจนกลายเป็นบล็อกที่สามารถล็อกต่อกันได้ ในรอบการผลิตครั้งแรก พวกเขาเปลี่ยนของเหลือทิ้งอินทรีย์ราวสองตันเป็นอิฐชีวภาพแข็งแรงกว่าร้อยก้อน — พอสำหรับสร้างเสาตรงกลางแบบมีร่องรอยละเอียด ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 90 เซนติเมตร สูงเกือบสามเมตร ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในงาน Adelaide Biennial ปี 2022 [ref:2]

รายละเอียดการเก็บวัตถุดิบคือจุดที่เรื่องนี้กลายเป็นงานฝีมือ ชุดแรกราว 500 กิโลกรัม เป็นเปลือกหอยแปซิฟิกและหอยหินซิดนีย์ มาจากศูนย์คัดแยกพาณิชย์ทางใต้ของซิดนีย์ ส่วนใหญ่เป็นฝาบานของเปลือกที่เหลือจากการเปิดหอยขาย อีกชุดประมาณ 600 กิโลกรัม มาจากฟาร์มโดยตรง เผอิญเป็นด้านลึกโค้งของเปลือกที่ต้องล้างด้วยวิธีต่างกัน ระหว่างเดือนตุลาคม 2021 ถึงมกราคม 2022 ทีมงานแปรรูปสาหร่ายเปียกหมักกว่าหนึ่งตัน และขัด ล้าง ตากขาวเปลือกหอยกว่าหนึ่งตัน — ด้วยมือ [ref:2]

เปลือกหอยในผนังบ้าน เป็นความคิดเก่าแก่มาก่อน

ความน่าทึ่งที่คนไม่ค่อยรู้คือ เปลือกหอยในงานก่อสร้างไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เศษหอยนางรมที่เผาเป็นปูนขาวยังคงฝังอยู่ในกำลังของอาคารยุคอาณานิคมยุคแรก ๆ ของซิดนีย์ ส่วนกองเปลือกหอยยักษ์ที่ทูโบวกูลี หรือจุดเบนเนลองพอยต์ปัจจุบัน ที่ตั้งโอปราเฮาส์ซิดนีย์ เคยสูงราว 10–12 เมตร เป็นเครื่องหมายของที่ชุมนุมโบราณ [ref:2] บล็อกของสคาร์ดิฟิลด์จึงเป็นการกลับสู่ภูมิปัญญาเก่าแก่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ — ทะเลให้แคลเซียมคาร์บอเนตแก่มนุษย์เพื่อสร้างบ้านมาตั้งแต่ครั้งโบราณ

ที่ NGV บล็อกเหล่านี้จับคู่กับภาพเสมือนจากสตูดิโอ Edition Office ที่นึกภาพอาคารทั้งหลังที่ปลูกสาหร่ายบนพื้นที่จริง แปรรูปเป็นกระเบื้องและแผงหน้าอาคาร พร้อมกักเก็บคาร์บอนไว้ในโครงสร้างที่ค่อย ๆ สูงขึ้น [ref:4]

ภาพขยายชิ้นวัสดุ เศษเปลือกหอยขาวฝังในเส้นใยสาหร่ายแห้ง

นิทรรศการรอบตัวมันก็เยี่ยมไม่แพ้กัน

Plant Life รวมหนังเทียมที่ปลูกจากเชื้อรา แผ่นใยกัญชง พลาสติกชีวภาพจากพืช ไปจนถึงมัสยิดศาลาที่หน้าอาคารถักจากเส้นใยจากใบอินทผลัมที่ใช้แล้วยาวถึง 200 กิโลเมตร — ผนังสูง 12.5 เมตรจากเศษอินทผลัม 150 ต้น [ref:3] อีกหนึ่งไฮไลต์คือแจ็กเก็ตกันไฟที่ “ปลูก” จากไมซีเลียมหรือเส้นใยเห็ดรา ผลงานของทีม RMIT ที่ผ่านการรับรองความปลอดภัย OEKO-TEX STANDARD 100 แล้ว [ref:5]

เส้นเรื่องของนิทรรศการเดินจากภูมิปัญญาพืชพันธุ์ดั้งเดิม ผ่านยุคพลาสติกจากปิโตรเลียม มาสู่นักออกแบบยุคฟื้นฟูวันนี้ งานของสคาร์ดิฟิลด์ได้เปิดงานเพราะทำให้คำว่า “คาร์บอน” ที่ฟังดูเป็นนามธรรมกลายเป็นน้ำหนักที่ยืนข้าง ๆ ได้ [ref:6]

บ้านของเราได้อะไรจากเรื่องนี้

ไบโอเมสันรียังไม่มีขายตามร้านวัสดุก่อสร้าง แต่บทเรียนการออกแบบเดินทางไปได้ทุกที่ที่ทะเลอยู่ใกล้โต๊ะอาหาร เปลือกหอยบดให้ความเรืองแสงและความแข็งแรงแบบแร่ธาตุ ส่วนเส้นใยสาหร่ายทำหน้าที่เชื่อมประสาน ใครมีชามเปลือกหอยที่เก็บจากชายหาดวางอยู่บนชั้นวาง กำลังถือวัตถุดิบชนิดเดียวกับที่พิพิธภัณฑ์กำลังเฉลิมฉลอง — แคลเซียมคาร์บอเนต ที่เป็นองค์ประกอบมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของเปลือกหอยนางรม [ref:7] ลองจัดวางให้แสงเฉียงต่ำ ๆ ส่องผ่านขอบเปลือก แล้วคุณกำลังตกแต่งบ้านด้วยวัสดุชนิดเดียวกับที่สถาปนิกทั่วโลกกำลังแข่งกันคิดค้นขึ้นใหม่

มือวางบล็อกเปลือกหอยก้อนสุดท้ายบนกองเล็ก ในแสงบ่ายอบอุ่นของสตูดิโอ

มื้อต่อไปที่จบด้วยภาชนะเปลือกหอยนางรมเต็มโต๊ะ ลองมองสองรอบ เพราะระหว่างจานอาหารนั้นกับหอศิลป์เข้าฟรีในเมลเบิร์น มีกำแพงหนึ่งกำลังรอโตขึ้น

แหล่งอ้างอิง

  1. Dezeen — Plant Life exhibition imagines a future where plants return as the dominant source
  2. Kate Scardifield — Urgent is the Rhythm (artist project page)
  3. UTS research record — Scardifield, The Metabolic Museum
  4. Only Melbourne — Plant Life | The Nature of Design
  5. RMIT University — plant-based designs at NGV Plant Life
  6. Broadsheet — Studio Visit: Kate Scardifield
  7. Times of India / University of Brighton — oyster shell tiles research

เกี่ยวกับผู้เขียน

The Coastal Home Curator

A warm, design-conscious voice for coastal home living, interior decoration, and handmade decor. Celebrates the meeting point between beachcomber materials and thoughtful home design — the design editor who fell in love with coastal craftsmanship and can't wait to show you how it transforms a living space.

5 บทความที่เผยแพร่แล้ว

ดูบทความทั้งหมด

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน

คุณอาจชอบสิ่งนี้