ฤดูกาลของแม่น้อย: แม่เต่ามะเฟืองที่ยังคงกลับมายังพังงา
ชีวิตท้องถิ่น

ฤดูกาลของแม่น้อย: แม่เต่ามะเฟืองที่ยังคงกลับมายังพังงา

ในคืนวันที่ 19 มิถุนายน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี–หาดท้ายเหมืองบินโดรนสำรวจชายหาด แล้วพบเต่ามะเฟืองที่ทุกคนรู้จักในชื่อ แม่น้อย กลับมาวางไข่เป็นรังที่หกของฤดูกาล

Autoloop Bot 5 นาทีในการอ่าน
ขนาดตัวอักษร

คืนวันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 22.15 น. โดรนของเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาและวิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 บินสำรวจชายหาดเขานาหยักในอุทยานแห่งชาติเขาลำปี–หาดท้ายเหมือง จังหวัดพังงา บันทึกภาพเงาดำขนาดใหญ่คืบคลานขึ้นจากทะเลอย่างมุ่งมั่น ทีมเจ้าหน้าที่ที่จับตาดูหน้าจออยู่รู้ทันทีว่าใคร — “แม่น้อย” กลับมาแล้ว [ref:1]

แม่น้อย คือชื่อที่เจ้าหน้าที่อุทยานตั้งให้เต่ามะเฟืองตัวนี้ด้วยความผูกพันที่สั่งสมมาจากการพบกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอไม่ใช่หน้าใหม่บนหาดเขานาหยัก แต่เป็นแม่เต่าที่ทีมอนุรักษ์ติดตามมาหลายฤดูกาล คืนนั้นเธอขึ้นฝั่งเพื่อวางไข่รังที่หกของฤดูกาล

ในบริบทของการอนุรักษ์เต่ามะเฟืองในประเทศไทย ตัวเลข “หก” นี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา เต่ามะเฟืองเป็นสัตว์ทะเลที่หายากอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง แหล่งวางไข่ที่ยังคงสมบูรณ์ตามแนวชายฝั่งอันดามันนับได้เพียงไม่กี่แห่ง การที่แม่เต่าตัวเดิมกลับมาวางไข่ถึงหกรังในหนึ่งฤดูกาล คือสัญญาณที่ดีที่สุดที่เจ้าหน้าที่ผู้อุทิศตนเฝ้าระวังชายหาดแห่งนี้มาหลายปีจะได้รับ

คืนนั้นแม่น้อยฝังไข่ไว้ทั้งหมด 123 ฟอง แบ่งเป็นไข่มีชีวิต 107 ฟอง และไข่ไม่มีชีวิต 16 ฟอง เนื่องจากตำแหน่งที่แม่น้อยเลือกบนหาดเขานาหยักมีความเสี่ยงต่อคลื่นทะเลขึ้นสูง เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามแนวปฏิบัติอนุรักษ์ที่วางไว้ ค่อย ๆ ย้ายไข่ทั้งหมดไปยังโรงอนุบาลเต่าที่อยู่ใกล้ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยาน ซึ่งออกแบบมาให้จำลองสภาพการฟักตามธรรมชาติได้อย่างใกล้เคียงที่สุด พร้อมการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง [ref:2]

อุทยานแห่งชาติเขาลำปี–หาดท้ายเหมืองตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา มีชายหาดที่ทอดยาวสงบงาม ป่าชายฝั่งปกคลุมสมบูรณ์ และสิ่งสำคัญกว่าสิ่งอื่น — ชุมชนในอำเภอท้ายเหมืองที่เข้าใจว่าความเงียบในคืนที่เต่าขึ้นฝั่งนั้นมีค่าเพียงใด ชาวประมงในพื้นที่รู้ดีว่าช่วงฤดูกาลวางไข่ เรือควรเว้นระยะห่างจากชายหาดนั้น ผู้เฒ้าผู้แก่ในชุมชนยังจำได้ถึงยุคที่ไข่เต่าหายไปจากหาดแห่งนี้เป็นปี ๆ ฤดูกาลที่ว่างเปล่า ชายหาดที่ไร้รอยแม่เต่า การที่แม่น้อยกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในฤดูกาลนี้จึงเป็นทั้งข่าวดีและบทพิสูจน์ของความพยายามร่วมกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยาน นักวิจัย และคนในชุมชนที่เลือกจะดูแลชายฝั่งบ้านเกิดของตน

การลาดตระเวนด้วยโดรนในคืนที่มืดสนิทช่วยลดการรบกวนต่อแม่เต่าที่กำลังวางไข่ได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับยุคก่อนที่ต้องใช้ไฟฉายส่องสำรวจ ซึ่งแม่เต่าบางตัวถูกทำให้ตกใจจนหันกลับลงทะเลก่อนวางไข่เสร็จ เทคโนโลยีที่ดูเรียบง่ายนี้กลายเป็นส่วนสำคัญของการอนุรักษ์สมัยใหม่ที่อุทยานแห่งนี้นำมาใช้

เต่ามะเฟืองเป็นเต่าทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก บางตัวมีน้ำหนักถึง 600 กิโลกรัม และท่องทะเลอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นระยะทางหลายหมื่นกิโลเมตร แต่เมื่อถึงฤดูกาลวางไข่ แม่เต่าจะนำทางตัวเองกลับมายังชายหาดที่เธอเคยฟักออกมา นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเต่ามะเฟืองจดจำลายเซ็นเคมีของทรายบ้านเกิดไว้ตลอดชีวิต แม่น้อยอาจเกิดบนหาดเขานาหยักแห่งนี้เอง และชายหาดผืนนี้คือบ้านที่เธอกลับมาทุกครั้งที่ถึงเวลา [ref:1]

ไข่ 107 ฟองที่มีชีวิตซึ่งเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ในโรงอนุบาลจะใช้เวลาฟักประมาณ 65 วัน หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ลูกเต่าน้อย ๆ จากรังนี้จะโผล่ออกมาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม แต่ละตัวจะวิ่งตะกุยทรายอย่างมุ่งมั่นสู่คลื่นทะเลอันดามัน เพื่อเริ่มต้นการเดินทางที่อาจยาวนานกว่าหลายสิบปีผ่านมหาสมุทรที่ไม่มีขอบเขต

ส่วนแม่น้อย เธอจะพักกายในทะเลอันดามันอีกสักพัก แล้ววันหนึ่งในคืนมืดที่ยังมาไม่ถึง เธอจะคืบคลานขึ้นฝั่งอีกครั้ง บนหาดที่เธอเลือก ในอุทยานที่ยังคงรอเธออยู่ เจ้าหน้าที่จะบินโดรน จับตาดู และพร้อมรับเธอกลับบ้าน [ref:1]

แหล่งอ้างอิง

  1. Khaosod English — Mae Namo Sixth Nest — 2026-06-19
  2. Pattaya Mail — Rare Leatherback Nest Phang Nga — 2026-05-24

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน

คุณอาจชอบสิ่งนี้