ที่ท่าเรือทับละมุ คนเรืออ่านฤดูกาลได้จากแสงที่นุ่มลง เมฆที่อิ่มน้ำขึ้น และสีเขียวของชายฝั่งพังงาที่สดเหมือนถูกฝนล้างใหม่ นี่คือปฏิทินของทะเลอันดามัน—ปฏิทินที่ไม่ได้เร่งให้เราออกเดินทาง แต่ชวนให้วางแผนอย่างพอดีและมีใจดูแลพื้นที่ไปพร้อมกัน

สำหรับปี 2569 จังหวะนี้มีวันที่ชัดเจน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันและอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ประกาศงดการท่องเที่ยวและการพักค้างแรมประจำปี ระหว่าง 15 พฤษภาคม ถึง 15 ตุลาคม 2569 รวมระยะเวลา 5 เดือน ตามรายงานของ Nation Thailand เมื่อ 26 พฤษภาคม 2569 [ref:1] ถ้ามองแบบคนรักทะเล นี่ไม่ใช่ประตูที่ปิดลง แต่เป็นป้ายบอกทางให้เราเลือกเวลาเที่ยวที่เหมาะที่สุด
อ่านฤดูกาลให้เป็น แผนเที่ยวก็สวยขึ้น
สองอุทยานทางทะเลนี้อยู่ในจังหวัดพังงา และสอนบทเรียนสำคัญให้คนเที่ยวอันดามันเสมอว่า “สถานที่” กับ “ฤดูกาล” ต้องเดินไปด้วยกัน คำสั่งของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยวและการพักค้างแรมในช่วงดังกล่าว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จะใช้ช่วงนี้ปรับปรุงสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อเตรียมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวอีกครั้งในเดือนตุลาคม [ref:1]
สำหรับนักเดินทาง ข้อมูลนี้ช่วยได้มาก หากสิมิลันหรือสุรินทร์อยู่ในลิสต์ ควรวางไว้ในช่วงหลังเดือนตุลาคม และตรวจสอบประกาศล่าสุดของอุทยาน ผู้ให้บริการเรือ สภาพอากาศ และเงื่อนไขการเดินทางก่อนจองเสมอ ส่วนใครมาอยู่พังงาในกรีนซีซัน ชายฝั่งก็ยังมีจังหวะน่ารักให้เก็บเกี่ยว ทั้งคาเฟ่ในเขาหลัก ตลาดท้องถิ่น ของฝากจากเปลือกหอยและไข่มุก เส้นทางป่าชายเลน น้ำตก วัด และมื้ออาหารใต้หลังฝนที่ทำให้ใบไม้เงางามเป็นพิเศษ
สิมิลันพิเศษเพราะรายละเอียดเล็ก ๆ
ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่า “สิมิลัน” มาจากภาษายาวีหรือมลายู แปลว่า เก้า สื่อถึงหมู่เกาะดั้งเดิม 9 เกาะ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันประกาศจัดตั้งเมื่อ 1 กันยายน 2525 อยู่ห่างจากท่าเรือทับละมุประมาณ 70 กิโลเมตร และการเดินทางด้วยเรือเร็วไปเกาะเมี่ยงใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง [ref:2]
ภูมิประเทศของที่นี่ก็มีตัวเลขที่น่าจดจำ พื้นที่หมู่เกาะสิมิลันรวม 87,500 ไร่ หรือ 140 ตารางกิโลเมตร มีหินแกรนิตอายุราว 65 ล้านปี และยอดสูงสุดประมาณ 233 เมตรจากระดับน้ำทะเล หินเรือใบ หรือหินรูปเรือใบ กลายเป็นภาพจำของหมู่เกาะนี้ [ref:2] ระบบการเที่ยวก็สะท้อนความใส่ใจเช่นกัน โดย TAT ระบุเพดานนักท่องเที่ยว 3,850 คนต่อวัน และนักดำน้ำลึก 525 คน ส่วนเกาะตาชัยปิดพักมาตั้งแต่ปี 2561 เพื่อให้ระบบนิเวศได้ฟื้นตัว [ref:2]

ฤดูกาลที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าสิมิลันเป็นที่รักมากเพียงใด นายศิริวัฒน์ สืบสาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ระบุว่าปี 2569 สิมิลันสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวมากกว่า 215 ล้านบาท เพิ่มจาก 197 ล้านบาท ในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวมากกว่า 400,000 คน และมากกว่า 90% เป็นชาวต่างชาติ [ref:1] ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เห็นว่าแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามต้องมีระบบ มีเวลา และมีนักเดินทางที่เข้าใจกติกา
สุรินทร์คือบทของแนวปะการังน้ำตื้น
หมู่เกาะสุรินทร์มีเสน่ห์อีกแบบ ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพอาเซียนอธิบายว่า หมู่เกาะสุรินทร์โดดเด่นเรื่อง แนวปะการังน้ำตื้น ขณะที่สิมิลันเป็นที่รู้จักด้านการดำน้ำลึก และอ่าวพังงาเด่นเรื่องป่าชายเลนกับภูมิประเทศหินปูน [ref:3] ในกลุ่มอุทยานมรดกอาเซียนเดียวกัน หมู่เกาะสุรินทร์มีพื้นที่ประมาณ 141.25 ตารางกิโลเมตร ส่วนหมู่เกาะสิมิลันประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร และได้รับการประกาศเป็นอุทยานมรดกอาเซียนเมื่อ 18 ธันวาคม 2546 [ref:3]
พื้นที่คุ้มครองนี้เต็มไปด้วยชีวิตที่มีชื่อเรียกชัดเจน ทั้งนกออก นกเหยี่ยวแดง นกเงือก นกกินปลี วาฬ ฉลามวาฬ เต่ากระ เต่าหญ้า เต่าตนุ และนกกระแตผีใหญ่ ซึ่งข้อมูล ASEAN ระบุว่าในประเทศไทยพบได้แทบจะเฉพาะที่หมู่เกาะสุรินทร์ [ref:3] เมื่อรู้รายละเอียดเหล่านี้ ช่วงพักกรีนซีซันจึงดูมีความหมายขึ้นมาก เพราะเรื่องราวของเกาะยังเดินต่ออยู่ในแนวปะการัง ร่มไม้ และงานประจำวันของเจ้าหน้าที่
เที่ยวแบบมีจังหวะ คือของฝากที่ดีที่สุด
วิธีวางแผนแบบอันดามันคือเริ่มจากเคารพปฏิทิน วางสิมิลันและสุรินทร์ไว้ในช่วง ตุลาคมถึงพฤษภาคม ตรวจสอบประกาศอุทยานก่อนจอง และในกรีนซีซันให้เลือกกิจกรรมที่ละมุนกับฝนและทะเลมากกว่า เช่น ตลาดชุมชน งานคราฟต์ ร้านของฝาก คาเฟ่ จุดชมวิว วัด ป่าชายเลน หรือมื้ออาหารพื้นถิ่นที่ไม่ต้องพึ่งการออกทะเลไกล

เสน่ห์ของพังงาคือทะเลไม่เคยบอกให้เรารีบ มันให้วันที่ น้ำขึ้นน้ำลง ฝน เรือ แนวปะการัง และการกลับมาอีกครั้ง อ่านปฏิทินให้เป็น แล้ววันเที่ยวเกาะครั้งหน้าจะสว่างกว่าเดิม
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน