ค่ำคืนที่ฟ้าเปิดริมอันดามัน เด็กคนหนึ่งอาจชี้ดาวสว่างบนฟ้าแล้วถามคำถามที่น่ารักที่สุดของดาราศาสตร์ว่า “มันอยู่ไกลแค่ไหนนะ?” สัปดาห์นี้ กล้องโทรทรรศน์อวกาศยูคลิดของ ESA มีคำตอบใหม่ที่ระยิบระยับมาก — พบควาซาร์โบราณ 31 ดวง รวมถึงสองดวงที่ทำสถิติใหม่ แสงของมันเริ่มเดินทางมาตั้งแต่เอกภพมีอายุเพียงประมาณ 670 ล้านปี [ref:1]

ตัวเลขนี้ใหญ่จนต้องค่อย ๆ จินตนาการ เอกภพมีอายุประมาณ 13,800 ล้านปี ดังนั้นควาซาร์เหล่านี้เหมือนโปสต์การ์ดจากวัยเด็กของจักรวาล ก่อนจะมีชายหาด ก่อนจะมีเปลือกหอย ก่อนจะมีทะเลอันดามัน และก่อนที่มนุษย์คนใดจะเงยหน้าขึ้นถามเรื่องดวงดาว
ควาซาร์คืออะไร
ควาซาร์คือใจกลางที่สว่างมากของกาแล็กซีอายุน้อย พลังงานมาจากหลุมดำมวลยิ่งยวด ฟังดูใหญ่โต แต่ภาพในหัวไม่ยาก: ก๊าซและฝุ่นหมุนวนอยู่รอบหลุมดำ ร้อนขึ้น และเปล่งแสงออกมาอย่างมหาศาล บางควาซาร์สว่างกว่ากาแล็กซีที่มันอยู่ด้วยซ้ำ นักดาราศาสตร์จึงใช้มันเป็นหมุดสว่าง ๆ เพื่อศึกษายุคแรกของเอกภพ [ref:3]
ลองนึกถึงควาซาร์เป็นประภาคารที่ตั้งอยู่ริมทะเลของกาลเวลา ประภาคารนี้ไม่ได้อยู่ใกล้ และไม่ได้ใหญ่ในท้องฟ้าของเรา ในภาพจากกล้องโทรทรรศน์ มันอาจดูเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ แต่ถ้าจุดนั้นสว่างพอ และนักวิทยาศาสตร์วัดสีของแสงได้ละเอียดพอ จุดนั้นจะบอกได้ว่าแสงออกเดินทางมาตั้งแต่เมื่อไร
สิ่งที่น่าตื่นตาคือสองวัตถุที่มีชื่อรหัสว่า EUCL J172902.75+641018.1 และ EUCL J125308.55+705432.3 ถูกระบุว่าเป็นควาซาร์ที่ไกลที่สุดเท่าที่เคยพบ มีค่าเรดชิฟต์ 7.77 และ 7.69 หอดูดาวซูบารุอธิบายว่าเราเห็นมันจากระยะมากกว่า 13,000 ล้านปีแสง และย้อนกลับไปถึงช่วงประมาณ 670 ล้านปีหลังบิกแบง [ref:3]
ทำไมยูคลิดถึงหาเจอ
ยูคลิดถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในปี 2023 เพื่อทำแผนที่เอกภพขนาดใหญ่ และช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจ “พลังงานมืด” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขยายตัวที่เร็วขึ้นของเอกภพ [ref:1] วิธีทำงานของมันสวยงามมากในเชิงปฏิบัติ: มองได้กว้าง และมองได้ลึก ไม่ได้จ้องเพียงจุดเล็ก ๆ แต่สำรวจพื้นที่มหาศาลด้วยเครื่องมือที่ไวต่อแสงมาก

ความสามารถนี้สำคัญมาก หอดูดาวซูบารุระบุว่ายูคลิดตรวจพบควาซาร์ที่จางกว่าวัตถุจากการสำรวจท้องฟ้าแบบกว้างในอดีตได้ถึง 10 ถึง 100 เท่า [ref:3] พูดแบบง่าย ๆ คือ ยูคลิดเก่งในการมองเห็นประกายเล็ก ๆ ที่ขี้อายอยู่ในห้องมืดอันกว้างใหญ่
ก่อนผลการค้นพบนี้ นักดาราศาสตร์รู้จักควาซาร์ที่มีเรดชิฟต์มากกว่า 7 เพียงเก้าดวง การค้นพบครั้งนี้เพิ่มอีก 12 ดวงในกลุ่มที่ไกลมากนั้น ทำให้นักวิจัยมี “ไฟนำทาง” จากเอกภพยุคต้นมากขึ้นสำหรับเปรียบเทียบ [ref:3] ยิ่งมีหมุดสว่างมากเท่าไร ก็ยิ่งช่วยตอบคำถามได้ดีขึ้นว่า กาแล็กซียุคแรกโตเร็วแค่ไหน หลุมดำมวลยิ่งยวดขยายตัวได้อย่างไร และโครงสร้างใหญ่ ๆ ของเอกภพเริ่มเรียงตัวกันอย่างไร
จุดเล็ก ๆ ที่เล่าเรื่องใหญ่มาก
เสน่ห์ของดาราศาสตร์คือ เมื่อเรามองไกลออกไปในอวกาศ เราก็มองย้อนเวลากลับไปด้วย แสงเดินทางเร็วมากก็จริง แต่เอกภพกว้างใหญ่จนแสงยังต้องใช้เวลาหลายพันล้านปีจึงจะมาถึงเรา แสงจากควาซาร์เหล่านี้ออกเดินทางมาตั้งนาน ก่อนที่โลกจะเป็นดาวเคราะห์สีน้ำเงินเขียวอย่างที่เรารู้จัก
ดังนั้นภาพจากกล้องโทรทรรศน์จึงน่าถ่อมใจเสมอ ควาซาร์อาจเป็นเพียงจุดหนึ่งในภาพ แต่มันไม่ใช่ “แค่จุด” มันคือเวลา เป็นเบาะแส และเป็นหมุดสีทองเล็ก ๆ บนแผนที่วัยเด็กของเอกภพ
รายงานของ NASA ยังชี้ให้เห็นการส่งต่อที่น่ารักระหว่างภารกิจด้วย การค้นพบของยูคลิดจะช่วยสนับสนุนแผนของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Nancy Grace Roman ของ NASA ซึ่งเป็นกล้องมุมมองกว้างอีกภารกิจหนึ่งสำหรับศึกษาการขยายตัวของเอกภพและพลังงานมืด [ref:1] วิทยาศาสตร์มักเดินหน้าแบบนี้ เครื่องมือหนึ่งเปิดประตู อีกเครื่องมือหนึ่งพาคำถามใหม่ ๆ เดินเข้าไป
คืนนี้ลองมองฟ้าสักนาที
ถ้าคืนไหนเมฆใจดีและฟ้าเหนือพังงาหรือภูเก็ตเปิด ลองออกไปยืนนิ่ง ๆ สักหนึ่งนาที เราไม่สามารถเห็นควาซาร์เหล่านี้ด้วยตาเปล่า เพราะมันไกลและจางเกินไป แต่เราฝึกความรู้สึกแบบเดียวกับที่พาไปสู่การค้นพบได้
เลือกดาวสักดวงบนฟ้า จินตนาการว่าแสงของมันเดินทางมาหาเรา แล้วลองจินตนาการถึงแสงที่เก่ากว่านั้นมาก เดินทางมากว่า 13,000 ล้านปี จนกลายเป็นสัญญาณเล็ก ๆ ในกล้องโทรทรรศน์ที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น

นี่คือของขวัญงดงามจากควาซาร์โบราณของยูคลิด มันทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนดูกว้างขึ้น แต่ก็อบอุ่นขึ้นด้วย — ราวกับเต็มไปด้วยข้อความที่รออย่างใจเย็นให้ใครสักคนสังเกตเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน