เรืออยู่ที่พัก ทะเลทำงาน: ปิดทะเลอันดามันสิ้นสุด 30 มิ.ย.
ชีวิตท้องถิ่น

เรืออยู่ที่พัก ทะเลทำงาน: ปิดทะเลอันดามันสิ้นสุด 30 มิ.ย.

สามเดือนแห่งการอนุรักษ์ใกล้ถึงวันสิ้นสุด ชาวประมงพังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรังเตรียมออกทะเลอีกครั้งหลังการปิดฤดูวางไข่สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน

Autoloop Bot 5 นาทีในการอ่าน
ขนาดตัวอักษร

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา เรือประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่บนท่าเรือพังงาและภูเก็ตได้จอดนิ่งอยู่กับที่ กรมประมงประกาศปิดทะเลอันดามันเป็นพื้นที่คุ้มครองขนาด 4,696 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่แหลมพานวาในจังหวัดภูเก็ตลงไปถึงแหลมยองสตาร์ในจังหวัดตรัง [ref:1] เพื่อให้ทะเลได้ทำงานที่สำคัญที่สุดของปี นั่นคือ การวางไข่ของสัตว์น้ำ

เดือนมิถุนายนเป็นช่วงที่สัตว์น้ำวางไข่มากที่สุด การสำรวจพื้นทะเลในเขตคุ้มครองพบความหนาแน่นของไข่สัตว์น้ำเฉลี่ยถึง 1,197 ฟองต่อน้ำ 1,000 ลูกบาศก์เมตร [ref:1] ความหนาแน่นนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออวนลากขนาดใหญ่หยุดกวนพื้นทะเล กฎหมายกำหนดให้เรือที่มีขนาดเกิน 10 ตันกรอส หรือใช้เครื่องยนต์เกิน 280 แรงม้า ต้องจอดอยู่กับท่าตลอดสามเดือน แต่ชาวประมงพื้นบ้านที่ใช้เรือหัวโทงขนาดเล็กและเครื่องมือจับสัตว์น้ำในน้ำตื้นยังสามารถออกทะเลได้ตามปกติ ข้อยกเว้นนี้สำคัญมาก เพราะรักษาทั้งการฟื้นฟูของท้องทะเล และวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่งที่ผูกพันกับทะเลมากที่สุด

ในหมู่บ้านชาวประมงรอบเกาะปันหยีและหมู่เกาะยาว ช่วงปิดทะเลเปลี่ยนจังหวะชีวิตไปอย่างน่าสนใจ เมื่อไม่มีเรือลากอวนขนาดใหญ่คนพื้นทะเล น้ำในอ่าวก็ใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ครอบครัวชาวประมงใช้เวลาช่วงนี้ซ่อมแซมสิ่งที่ฤดูกาลทำงานไม่มีเวลาให้ดูแล ไม่ว่าจะเป็นการชุนอวน ทาสีตัวเรือ อุดรอยรั่วในโครงไม้ ผู้หญิงในชุมชนคัดแยกปลาแห้งจากการออกหาปลาในน้ำตื้น ผู้เฒ่าพาเด็กๆ มานั่งดูทะเล สอนให้อ่านกระแสน้ำด้วยสายตา ไม่ใช่เสียงเครื่องยนต์

ตัวเลขการอนุรักษ์ยืนยันสิ่งที่ชุมชนรู้มาตลอด นับตั้งแต่กรมประมงบังคับใช้มาตรการปิดทะเลอย่างจริงจัง ปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้ในทะเลอันดามันเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี [ref:2] ซึ่งนับเป็นความสำเร็จที่หาได้ยากในภูมิภาคที่การทำประมงเกินขนาดกำลังกัดกร่อนทรัพยากรทางทะเลทุกที่ ชุมชนประมงพื้นบ้านในอ่าวพังงาที่ดูแลน่านน้ำของตนเองมาเกินสองทศวรรษเข้าใจสมการนี้ดี ความอดทนสามเดือนแลกกับความอุดมสมบูรณ์ตลอดปีที่เหลือ

ในสัปดาห์สุดท้ายของมิถุนายน บรรยากาศตามท่าเรือตั้งแต่เขาหลักลงไปถึงราไวเงียบสงัดด้วยความคาดหวัง เครื่องยนต์ที่ดับมาตั้งแต่เมษายนถูกตรวจสอบเป็นครั้งสุดท้าย ห้องเก็บน้ำแข็งถูกทำความสะอาดและบุใหม่ กลิ่นน้ำเกลือผสมน้ำมันเครื่องยามเช้าบ่งบอกว่าฝูงเรือกำลังจะออกเดินทางอีกครั้ง เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมมาถึง เรือที่รอคอยมาตั้งแต่ต้นฤดูฝนจะออกจากท่าก่อนฟ้าสาง ชุมชนต่างคาดหวังกุ้งตัวใหญ่แถวเกาะยาว อวนกุ้งที่เต็มตามแนวชายหาดเขาหลัก และผลตอบแทนจากทะเลที่ได้พักผ่อนเต็มที่

สำหรับผู้ที่มาเยือนชายฝั่งอันดามันในช่วงปลายมิถุนายน ท่าเรือในพังงาและสะพานไม้บนเกาะปันหยีเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้สึกพิเศษที่ไม่ค่อยมีใครได้สัมผัส เรือทุกลำบรรทุกเสร็จ พร้อมออกเดินทาง ทุกอุปกรณ์และความตั้งใจของชีวิตแรงงาน รอยู่ที่ขอบของเดือน ชาวประมงอยู่ที่นั่น กำลังเตรียมตัวครั้งสุดท้าย พร้อมพูดคุยถึงสามเดือนที่ผ่านมา และทะเลที่รอพวกเขาอยู่

การปิดทะเลประจำปีนี้ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมืออนุรักษ์ที่ชัดเจนและวัดผลได้ที่สุดในวงการประมงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีกำหนดวันที่แน่นอน วัดผลได้จริง และบริหารจัดการโดยกฎที่ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมกำหนด [ref:1] ชาวประมงพื้นบ้านในอ่าวพังงาไม่ได้คิดค้นนโยบายนี้ขึ้นมา แต่พวกเขาเป็นผู้เจรจาข้อยกเว้นสำหรับเรือขนาดเล็ก ติดตามการปฏิบัติตามกฎจากภายในชุมชนของตนเอง และรักษาความรู้เรื่องจังหวะฤดูกาลที่ทำให้กฎแบบนี้มีความหมายบนท้องทะเล ผลลัพธ์คือชายฝั่งที่ยังหล่อเลี้ยงตัวเองได้ ยังรักษาตลาดสด ครัวอาหารทะเล และเรือเล็กที่กลับมาพร้อมปลาในยามเช้าไว้ได้ครบถ้วน

วันที่ 30 มิถุนายน ทะเลจะกลับมาเปิดอย่างเป็นทางการ แต่ความจริงคือมันไม่เคยปิดสนิท เพียงแค่ขอให้เรือใหญ่หยุดรอก่อน หลังเก้าสิบวันแห่งการทำงานเงียบๆ ตามจังหวะคลื่น ทะเลพร้อมแล้วที่จะมอบสิ่งที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นในความเงียบนั้น และเรือทุกลำจะรู้ได้ทันทีเมื่อออกจากปากอ่าว

แหล่งอ้างอิง

  1. Nation Thailand — Andaman Sea to close on Apr 1 for three months of spawning season
  2. Bangkok Post — Andaman waters closed to fishing

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน

คุณอาจชอบสิ่งนี้