ภาพเล็กที่สุดของอาคารที่สูงที่สุด: นักดำน้ำเพิ่งพบประภาคารอเล็กซานเดรียบนแหวนวงหนึ่ง
ตำนานและปริศนา

ภาพเล็กที่สุดของอาคารที่สูงที่สุด: นักดำน้ำเพิ่งพบประภาคารอเล็กซานเดรียบนแหวนวงหนึ่ง

แหวนตราประทับสำริดที่สลักภาพประภาคารอเล็กซานเดรีย — ชิ้นแรกของโลก — ถูกค้นพบในซากพระราชวังจมน้ำเกาะอันติโรดอส และแหวนถูกพบในสำนักงานที่เคยบริหารสิ่งมหัศจรรย์แห่งนั้นเอง

The Night Tide Chronicler 5 นาทีในการอ่าน
ขนาดตัวอักษร

๗ ตุลาคม ๒๐๒๖ ใต้แสงสีเขียวมรกตของท่าเรือใหญ่อเล็กซานเดรีย นักดำน้ำของสถาบันโบราณคดีใต้น้ำแห่งยุโรป (IEASM) กวาดทรายออกจากวัตถุกลมเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่งบนพื้นทะเลบริเวณเกาะหลวงอันติโรดอสที่จมอยู่ใต้น้ำ — แล้วก็ตระหนักว่าสิ่งที่เขากำลังมองอยู่นั้นคือภาพของสิ่งมหัศจรรย์หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ [ref:2]

วัตถุชิ้นนั้นคือแหวนตราประทับทำจากสำริด สลักภาพประภาคารอเล็กซานเดรีย และเป็นแหวนชนิดนี้ชิ้นแรกที่เคยพบในโลก [ref:1] สำหรับทีมงานที่ใช้เวลาสามทศวรรษสำรวจย่านพระราชวังที่จมอยู่ใต้ทะเล นี่คือเช้าที่นักโบราณคดีใต้น้ำฝันถึง — อาคารที่สูงที่สุดของโลกยุคโบราณ ถูกบรรจุไว้บนวัตถุเล็กพอที่จะสวมบนนิ้วมือคนหนึ่ง

นิ้วถุงมือนักดำน้ำจับแหวนสำริดเล็ก ๆ ใต้น้ำ แสงอาทิตย์ส่องภาพประภาคารที่สลักไว้

ภาพเล็กที่สุดของอาคารที่สูงที่สุด

ลองนึกถึงความต่างของสเกลนี้ ประภาคารอเล็กซานเดรีย หรือ "ฟาโรส" มีการประเมินว่าสูงราว ๑๐๓–๑๑๘ เมตร ทำให้เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดของโลกมานานหลายศตวรรษ — สูงกว่านั้นมีเพียงพีระมิดกีซาเท่านั้น [ref:3] แต่มีช่างโบราณคนหนึ่งที่บีบหอคอยมหึมานั้นลงมาเป็นภาพสลักกว้างไม่ถึงสองเซนติเมตร ฐานสี่เหลี่ยม ตัวกลางแปดเหลี่ยม ยอดทรงกระบอก ตรงตามที่บันทึกโบราณเล่าไว้ทุกประการ [ref:3]

ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือกระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุแห่งอียิปต์ยืนยันว่าลวดลายสลักนี้ตรงกับภาพประภาคารบนเหรียญโรมันสมัยคริสต์ศตวรรษที่ ๒ และเป็นครั้งแรกเท่าที่เคยพบภาพฟาโรสบนแหวนตราประทับ [ref:2] นับเป็นเหมือนภาพเหมือนที่มีลายเซ็นจากยุคโบราณอย่างแท้จริง

สิ่งมหัศจรรย์ที่ใช้เวลาสร้างสิบสองปี

หอคอยที่แหวนชิ้นนี้ฉลองนั้นสร้างขึ้นในศตวรรษที่ ๓ ก่อนคริสต์กาล โดยพระเจ้าทอเลมีที่ ๑ เป็นผู้ริเริ่ม และแล้วเสร็จในรัชสมัยพระเจ้าทอเลมีที่ ๒ ซึ่งครองราชย์ระหว่าง ๒๘๐–๒๔๗ ปีก่อนคริสต์กาล [ref:3] บันทึกโบราณเล่าว่าใช้เวลาก่อสร้างสิบสองปี มูลค่าถึง ๘๐๐ ทาเลนต์ของเงิน — คือความมั่งคั่งที่ซื้อกองเรือเล็ก ๆ ได้ทั้งกอง [ref:3]

ในยามค่ำคืน เตาไฟจะลุกโชนอยู่บนยอดหอ และว่ากันว่าแสงส่องไกลถึงเรือที่อยู่ห่างออกไป ๔๗ กิโลเมตร กะลาสีที่แล่นข้ามชายฝั่งราบเรียบและแนวปะการังของแอฟริกาเหนือคงปลาบปลื้มเมื่อเห็นแสงนั้น หอคอยนี้โด่งดังถึงขั้นที่ชื่อเกาะ "ฟาโรส" กลายเป็นคำที่แปลว่าประภาคารในหลายภาษาของโลก และแสงไฟดวงนั้นดับลงเมื่อแผ่นดินไหวในยุคกลาง โดยหอถูกปล่อยร้างราวปี ค.ศ. ๑๓๐๓ [ref:3]

ภาพใกล้ชัดของหน้าแหวนสำริดที่สลักหอประภาคารสามชั้น

พบในสำนักงานที่เคยบริหารแสงไฟ

รายละเอียดที่ทำให้การค้นพบนี้แทบเป็นบทกวีคือ แหวนไม่ได้ถูกพบในที่ไหนก็ได้ในท่าเรือ แต่อยู่ท่ามกลางซากพระราชวังบนเกาะอันติโรดอส ย่านพระราชวังที่นักภูมิศาสตร์ชาวกรีกสตราโบเคยเยือนระหว่าง ๒๙–๒๕ ปีก่อนคริสต์กาล และตามคำอธิบายของหัวหน้าคณะขุดค้น ฟรังก์ กอดดิโอ พระราชวังแห่งนี้เคยมีสำนักงานราชการ ซึ่งรวมถึงหน่วยงานที่ดูแลประภาคารแห่งนี้ด้วย [ref:2]

กล่าวคือ แหวนถูกพบในกลุ่มอาคารสำนักงานโบราณที่เคยบริหารอาคารที่แหวนชิ้นนี้สลักภาพไว้นั่นเอง มีข้าราชการคนใดคนหนึ่งในอดีต คงใส่ฟาโรสไว้บนนิ้วเป็นเครื่องหมายของหน้าที่ของเขา

สามทศวรรษของเมืองใต้ผืนน้ำ

ทีม IEASM ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิฮิลติ และทำงานร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุแห่งอียิปต์ เปิดเผยย่านพระราชวังใต้น้ำนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๙๖ [ref:1][ref:4] การขุดค้นบนเกาะอันติโรดอสค้นพบซากสถาปัตยกรรมกว้างหลายพันตารางเมตร [ref:2]

เกาะนี้ยังคงมอบสมบัติให้เราเรื่อยมา เช่น หัวพระแบนไพรเวตหินแกรนิตขนาด ๘๐ เซนติเมตร ที่เชื่อกันว่าเป็นซีซาริออน โอรสของคลีโอพัตรากับจูเลียส ซีซาร์ ซึ่งเดิมเป็นชิ้นส่วนของรูปปั้นสูงราว ๕ เมตร รวมถึงรูปปั้นนักบวชขนาดเท่าคนจริงที่อุ้มโอสิริส-คาโนปุส สฟิงซ์สองตัว และพระกรเท้าหินอ่อนของเฮอร์มีส [ref:4] รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุ เชรีฟ ฟาตี ยังเสด็จเยือนเรือวิจัยเพื่อชมแหวนด้วยตนเอง — สะท้อนว่าวัตถุเล็กชิ้นนี้สำคัญเพียงใด [ref:2]

ท่าเรืออเล็กซานเดรียยามพลบค่ำ ป้อมหินที่สร้างจากซากประภาคารเปล่งแสงอบอุ่นริมน้ำสงบ

ทะเลเก็บแสงไฟไว้ให้

ตัวฟาโรสหายไปนานแล้ว — ล้มลงจากแผ่นดินไหว ก้อนหินถูกขนไปสร้างป้อมไกต์เบย์ในปี ค.ศ. ๑๔๗๗ ซึ่งยังคงเฝ้าปากท่าเรือถึงทุกวันนี้ [ref:3] ถ้าได้เดินบนกำแพงป้อมแห่งนั้นยามพลบค่ำ คุณกำลังเดินอยู่บนตัวประภาคารนั่นเอง

แต่ทะเลยังเก็บของที่ระลึกชิ้นสุดท้ายไว้ แหวนสำริดที่หล่นหายในสำนักงานพระราชวังเมื่อกว่าหนึ่งพันเจ็ดร้อยปีก่อน รอคอยอย่างใจเย็นใต้ผืนน้ำท่าเรือ เพื่อแนะนำเรากับอาคารที่สูงที่สุดของโลกยุคโบราณอีกครั้ง สิ่งที่สูงที่สุดบนชายฝั่ง ถูกระลึกไว้โดยสิ่งที่เล็กที่สุดบนพื้นทะเล

แหล่งอ้างอิง

  1. The Art Newspaper — Signet ring depicting the Lighthouse of Alexandria discovered (9 Oct 2026)
  2. Archaeology Wiki / IEASM — Rare bronze ring depicting Alexandria's lighthouse discovered (7 Oct 2026)
  3. Wikipedia — Lighthouse of Alexandria
  4. Franck Goddio / IEASM — Sunken civilizations: Alexandria

เกี่ยวกับผู้เขียน

The Night Tide Chronicler

A storyteller drawn to the wonder-filled unseen side of the Andaman coast. Bioluminescent seas, ancient cave art, celestial events, and folklore passed down for generations. Always positive, always curious, always in awe.

27 บทความที่เผยแพร่แล้ว

ดูบทความทั้งหมด

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน

คุณอาจชอบสิ่งนี้