ในลิ้นชักของพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง มีฟองน้ำทะเลกระจกที่เก็บมาจากอ่าวซางามิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 1914 นอนพักผ่อนมากว่าหนึ่งศตวรรษ ตัวมันสวยงามในตัวเอง — โครงซิลิกาบางเบาโปร่งแสงราวกับแก้วเกลี่ยน้ำแข็ง แต่เมื่อนักวิจัยนำมันเข้าเครื่องสแกนไมโครซีที แล้วถ่ายภาพเอกซเรย์สามมิติเมื่อเร็ว ๆ นี้ สิ่งที่ปรากฏขึ้นคือหนอนตัวแตกแขนง ยังคงอยู่ที่นั่นครบถ้วน รอคอยผ่านสองสงครามโลกและยุคคอมพิวเตอร์ทั้งยุค เพื่อให้ใครสักคนมาสังเกตเห็น [ref:2]
และความอดทนนั้นเพิ่งได้รับรางวัลครั้งใหญ่ ทีมวิจัยนานาชาตินำโดยศาสตราจารย์ มาเรีย เตเรซา อากวาโด ภัณฑารักษ์วิทยาศาสตร์แห่งพิพิธภัณฑ์ความหลากหลายทางชีวภาพ มหาวิทยาลัยเกิททิงเงิน เพิ่งค้นพบหนอนตัวแตกแขนง 10 สปีชีส์ใหม่ — สัตว์ที่แปลกที่สุดชนิดหนึ่งของมหาสมุทร — พร้อมไขปริศนาที่วงการสัตววิทยาขบคิดมาตั้งแต่ทศวรรษ 1870 ผลงานตีพิมพ์ในวารสาร Zoological Journal of the Linnean Society [ref:1]
หัวเดียว แต่ตัวเป็นต้นไม้
หนอนตัวแตกแขนงเป็นสัตว์จำพวกแอนเนลิด — เครือญาติของไส้เดือนดินและปลิง — แต่เติบโตด้วยกฎที่หนอนทั่วไปไม่ควรมี แทนที่จะเพิ่มความยาวอย่างเดียว หัวเพียงหนึ่งเดียวกลับกลายเป็นลำตัวที่แยกแขนงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นโครงข่ายคล้ายต้นไม้ ปลายแต่ละกิ่งมีพวงมงกุฎเล็ก ๆ หลายสิบพวง สัตว์ตัวนี้ยัดส่วนต่าง ๆ ของ "ต้นไม้มีชีวิต" เข้าไปในเขาวงกตแคบ ๆ ภายในฟองน้ำที่เป็น host เกลี่ยตัวเต็มบ้านโดยไม่ต้องโผล่ออกสู่น้ำเปิดเลย [ref:1]

เกือบ 150 ปี วิทยาศาสตร์รู้จักหนอนประเภทนี้เพียงสามสปีชีส์ ตัวแรก Syllis ramosa ปรากฏตัวปี 1875 ในฟองน้ำที่เก็บจากฟิลิปปินส์ระหว่างการเดินทางสำรวจของเรือเอชเอ็มเอส แชลเลนเจอร์ — การเดินทางที่เปิดประตูสู่วิทยาศาสตร์สมุทรศาสตร์สมัยใหม่ ส่วนตัวดังที่สุด Ramisyllis multicaudata ถูกพบที่ออสเตรเลียปี 2006 และประกาศเป็นทางการในปี 2012 สามสปีชีส์ กระจัดกระจายทั่วโลก แต่ละตัวล้วนเป็นปริศนาวิวัฒนาการ [ref:2]
คำตอบซ่อนอยู่ในลิ้นชัก
ทีมเกิททิงเงินรวมตัวอย่างหนอนที่เก็บใหม่จากอินโด-แปซิฟิก ทะเลแดง และนิวซีแลนด์ เข้ากับวัตถุพิพิธภัณฑ์อายุหลายสิบปี สกัดดีเอ็นเอจากตัวอย่างวัยร้อยปีในสายวิชาเกิดใหม่ที่เรียกว่า "มิวซีโอมิกส์" ผลลัพธ์น่าทึ่ง: หนอนตัวแตกแขนง 13 รูปแบบ โดยอย่างน้อย 10 รูปแบบน่าจะเป็นสปีชีส์ใหม่ของวิทยาศาสตร์ [ref:1]
ที่เพิ่มความสวยงามยิ่งขึ้นคือรูปร่างของต้นไม้วงศ์ตระกูล หนอนตัวแตกแขนงกลายเป็นกลุ่มวิวัฒนาการเดียวกันที่มีสองกิ่งใหญ่ — สะท้อนร่างกายแตกแขนงของพวกมันเอง กิ่งหนึ่งคงชื่อสกุล Ramisyllis อีกกิ่งต่างจนต้องตั้งสกุลใหม่ทั้งสกุล Cladosyllis ซึ่งประกาศในงานวิจัยชิ้นเดียวกัน [ref:1]

host ทางประวัติศาสตร์บางตัวมาจากคอลเลกชันเซนเคนแบร์ก รวมถึงฟองน้ำกระจกอ่าวซางามิปี 1914 เพราะฟองน้ำล้ำค่าเกินกว่าจะผ่าเปิด ทีมจึงใช้การถ่ายภาพไมโครซีที — เทคโนโลยีเดียวกับที่แพทย์สแกนร่างกายโดยไม่ต้องผ่าตัด — ยืนยันว่ามีหนอนขดอยู่ภายใน ไม่เสียหายและไม่ถูกรบกวน [ref:2]
ลึกกว่า แปลกกว่า วิเศษกว่า
สปีชีส์ใหม่กระจายกว้างไกล บางชนิดอาศัยในฟองน้ำน้ำตื้นที่นักดำน้ำแวะชมได้ บางชนิดอยู่ในฟองน้ำกระจกน้ำลึกลงไปถึง 1,000 เมตร ใน host น้ำลึกชนิดหนึ่ง Crateromorpha meyeri โครงซิลิกาโปร่งแสงจนมองเห็นเส้นหนอน Cladosyllis สีซีดคล้ายวิญญาณในบ้านแก้วได้จากรูเปิดหลักของฟองน้ำ [ref:2]
งานวิจัยชี้ว่าการผูกพันเฉพาะกับฟองน้ำ host ต่างชนิดกันคือเครื่องยนต์สำคัญของความหลากหลาย: คู่หูหนอนกับฟองน้ำแต่ละคู่ ทวนซ้ำข้ามมหาสมุทรและกาลเวลา ค่อย ๆ ดันสายเลือดใหม่ให้กลายเป็นสปีชีส์ใหม่ และวงศ์นี้ก็มีอารมณ์ขัน หนอนตัวแตกแขนงจากญี่ปุ่นที่ประกาศเมื่อไม่กี่ปีก่อนได้ชื่อว่า Ramisyllis kingghidorahi ตามคิงกิโดราห์ อสูรสามหัวคู่ปรับของก็อตซิลลา — อสูรที่หัวแตกเป็นสามเหมือนร่างของหนอนพวกนี้เป๊ะ [ref:3] [ref:4]

นักวิจัยเชื่อว่ายังมีอีกหลายสปีชีส์รอถูกค้นพบ และตู้พิพิธภัณฑ์ทั่วโลกอาจซ่อนแขกไม่ได้รับเชิญไว้อีกมาก เป็นความคิดที่ให้ความหวัง: ยุคทองของการสำรวจมหาสมุทรยังไม่ผ่านไปไหน บางครั้งมันนั่งอยู่ในลิ้นชัก ห่างจากการแนะนำตัวอีกแค่หนึ่งภาพเอกซเรย์ — หัวเดียว พันกิ่งก้าน และมารยาทงาม ๆ มาเป็นศตวรรษ
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน