ในช่วงมรสุม ถนนถลางในเมืองเก่าภูเก็ตมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง ฝนพรำเล็กน้อย แสงไฟจากร้านค้าสะท้อนบนพื้นกระเบื้อง และกลิ่นอาหารลอยมาจากประตูที่เปิดค้างไว้ ในสัปดาห์นี้ กลิ่นนั้นจะหอมยิ่งขึ้น เพราะวันที่ 20-22 มิถุนายน 2569 เทศกาลเปอรานากันภูเก็ต ครั้งที่ 4 จะกลับมาอีกครั้ง พร้อมขบวนพาเหรดนานาชาติ การแสดงงานหัตถกรรม และอาหารที่รสชาติพูดแทนตัวเองได้ [ref:1]
เมล็ดพันธุ์ที่งอกรากสองร้อยปี
คำว่า "เปอรานากัน" ในภาษามลายูหมายถึงผู้ที่เกิดในท้องถิ่น เป็นชื่อที่ชาวไทยและมลายูใช้เรียกลูกหลานของชาวจีนฮกเกี้ยนที่เดินเรือสำเภามาตั้งถิ่นฐานบนฝั่งอันดามันในยุคเหมืองดีบุก ราวคริสต์ศตวรรษที่สิบเก้า พวกเขาแต่งงานกับชาวบ้านในท้องถิ่น เรียนรู้ภาษาและพืชผักสมุนไพรของผู้อื่น แล้วค่อย ๆ สร้างครัว แต่งกาย และดนตรีในแบบที่ไม่เหมือนใคร ผู้ชายเรียกว่า "บาบ๋า" ผู้หญิงเรียกว่า "ยาหยา" และร้อยละเจ็ดสิบของประชากรภูเก็ตในปัจจุบันยังสืบสายเลือดนี้อยู่
มรดกที่พวกเขาทิ้งไว้ไม่ใช่แค่อาคารเหลือบสีพาสเทลบนถนนถลาง แต่คือรูปแบบการใช้ชีวิตที่แฝงตัวอยู่ในทุกสิ่ง ตั้งแต่รอยปักบนเสื้อกะบาญาที่ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์จึงแล้วเสร็จ ไปจนถึงขั้นตอนการทำโอตั๊กโอตั๊กที่ยังคงเป็นสูตรของแต่ละครอบครัว ในเดือนธันวาคม 2567 ยูเนสโกได้บรรจุเสื้อกะบาญาในรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ร่วมกับไทย บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ สำหรับแม่บ้านในเมืองเก่าที่รักษาฝีมือปักผ้าข้ามรุ่น การรับรองนั้นไม่ใช่รางวัล แต่เป็นการพูดว่า "เราเห็นสิ่งที่คุณทำมาตลอด" [ref:2]
ขบวนพาเหรดจากแปดประเทศ
ไฮไลต์ของเทศกาลคือขบวนพาเหรดบนถนนถลางและสี่แยกชาร์เตอร์แบงก์ ปีนี้มีคณะจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย เวียดนาม จีน และเกาหลีใต้ รวมถึงคณะแบกไปป์จากสกอตแลนด์ที่กลายเป็นดาวเด่นของขบวนทุกปี แต่ละชาติตีความ "มรดกที่เคลื่อนไหวได้" ในแบบของตัวเอง บางคณะนำการร่ายรำในชุดกะบาญาสีสันสดใส บางคณะนำเสียงดนตรีที่ผู้ชมอาจไม่คาดว่าจะได้ยินในซอยเมืองเก่าภูเก็ต [ref:1]
นอกจากขบวนพาเหรด ยังมีนิทรรศการงานหัตถกรรมที่เปิดให้ผู้เข้าชมนั่งดูช่างปักผ้าและช่างเครื่องเขินทำงานจริง ๆ ต่อหน้า มีการฉายภาพถ่ายหายากของครอบครัวเหมืองดีบุกในยุคร้อยกว่าปีที่แล้ว และการสาธิตอาหารที่ผู้สอนไม่ใช่เชฟโรงแรม แต่เป็นยาหยาที่เรียนสูตรมาจากแม่ของตัวเอง การแสดงดึงดูดฝูงชน แต่คนที่ทำให้ห้องนิ่งได้คือผู้ที่นั่งปักผ้าเงียบ ๆ อยู่ที่โต๊ะเล็ก ๆ มุมหนึ่ง
ปาซาร์บาบา: ตลาดอาหารในคฤหาสน์มรดก
คืนวันที่ 20 มิถุนายน บาบ้า แมนชั่น คฤหาสน์มรดกบนถนนกระบี่ เปิดงาน ปาซาร์บาบา ดึงแปดแนวคิดร้านอาหารมารวมตัวในบรรยากาศลาน โต๊ะในสวน และชั้นระเบียงที่มองเห็นถนนด้านล่าง เมนูไม่ใช่การรังสรรค์ใหม่ แต่เป็นสูตรที่ยังมีชีวิตอยู่ในครัวจริง: หมี่ฮกเกี้ยนในน้ำซุปกะทิ อั้งกู๊เหนียวสีแดง เขียว และทองที่ผิวนุ่มกำลังดี และโอตั๊กโอตั๊กปลาในกาบกล้วยอบจนขอบเกรียม กลิ่นหอมคลุ้งออกมาทางประตู [ref:2]
เดินทางมาเที่ยวได้อย่างไร
ศูนย์กลางเทศกาลอยู่ที่เมืองเก่าภูเก็ต เดินทางสะดวกด้วยตุ๊กตุ๊กหรือรถมินิบัส กิจกรรมส่วนใหญ่เข้าชมฟรี งานปาซาร์บาบาเก็บค่าเข้างานเล็กน้อย ที่พักในย่านเมืองเก่าจะเต็มเร็วช่วงสุดสัปดาห์ของเทศกาล หากวางแผนพักในพื้นที่ควรจองตั้งแต่ตอนนี้
เทศกาลเปิดทุกวันตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงดึก ขบวนพาเหรดหลักวันที่ 21 มิถุนายนตอนบ่ายจะคึกคักที่สุด แนะนำแต่งชุดฝ้ายเบา ๆ เพราะมิถุนายนในภูเก็ตอากาศร้อนและมีฝนประปราย เส้นทางขบวนยาว ควรพกร่มเล็กติดตัว และควรมีเวลาสำหรับการหยุดยืนดูโดยไม่ต้องรีบ
วันที่ 20 มิถุนายน อาคารแถวจะสว่างไสว เสื้อกะบาญาจะถูกรีดเรียบร้อย คณะแบกไปป์จะซ้อมเพลงอยู่ในซอกซอยแห่งใดแห่งหนึ่ง เมืองเก่าภูเก็ตจะรำลึกถึงรากเหง้าของตัวเองอีกครั้ง — และทุกคนยินดีต้อนรับ [ref:1]
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน