เช้าตรู่ของวันที่ 14 มิถุนายน แถวของลูกเต่าตนุ (Chelonia mydas) ขนาดเท่าฝ่ามือนอนในถุงมือของเจ้าหน้าที่บนแนวทรายชุ่มน้ำ ณ จุดที่ป่าสนทะเลของอุทยานแห่งชาติสิรินาถบรรจบกับทะเลอันดามัน ทีละตัว เจ้าหน้าที่ศาล นักอนุรักษ์ และอาสาสมัครก้มตัวลงวางเต่าบนทรายเปียก — แล้วมันก็หายลงใต้คลื่นด้วยการกวักขาหน้าเพียงสามครั้ง
การปล่อยเต่าครั้งนี้เป็นหัวใจของกิจกรรม "Big Cleaning Day" ที่จัดขึ้นที่หาดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ก่อนวันเต่าทะเลโลกเพียงไม่กี่วัน [ref:1] วันเต่าทะเลโลกตรงกับวันที่ 16 มิถุนายน — วันเกิดของ ดร.อาร์ชี คาร์ นักชีววิทยาชาวอเมริกันผู้บุกเบิกการอนุรักษ์เต่าทะเลระดับโลก งานวิจัยของเขาในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ช่วยพลิกวิกฤตของสัตว์ที่เคยถูกล่าเกือบสูญพันธุ์ทั่วภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
เต่าทะเลนับสิบตัวลงสู่น้ำในเช้านั้นที่หาดไม้ขาว ซึ่งเป็นชายหาดที่ยาวที่สุดและพัฒนาน้อยที่สุดของจังหวัดภูเก็ต ทอดยาว 11 กิโลเมตรผ่านพื้นที่คุ้มครองของอุทยานแห่งชาติสิรินาถ พื้นที่เดียวกันนี้คือแหล่งวางไข่ที่เต่าตนุตัวเมียกลับมาทุกฤดูกาลระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม — ขุดรังในทรายเหนือแนวน้ำ วางไข่ประมาณ 100 ฟอง แล้วกลับคืนสู่ทะเลก่อนรุ่งสาง
วงจรนี้ — วางไข่ ฟักออก คลาน ว่ายน้ำ เติบโต แล้วกลับมา — ต้องใช้เวลา 20 ถึง 50 ปีกว่าเต่าตนุหนึ่งตัวจะครบรอบ เต่าที่ถูกปล่อยในวันที่ 14 มิถุนายนล้วนมาจากรังที่ได้รับการเฝ้าระวัง บ่มเพาะโดยเจ้าหน้าที่อุทยานและอาสาสมัคร เพื่อป้องกันอันตรายที่บีบให้พื้นที่อาศัยของสัตว์ชนิดนี้หดแคบลงทั่วอันดามัน ไม่ว่าจะเป็นอวนประมง การพัฒนาชายฝั่ง การกลืนพลาสติก และการลักลอบล่าทั้งเต่าโตและไข่
นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลอุทธรณ์ เป็นประธานในพิธี โดยมีผู้บริหารศาลอุทธรณ์ สมาชิกมูลนิธิอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนร่วมงาน นอกจากการปล่อยเต่า ผู้เข้าร่วมยังเก็บขยะตามแนวชายหาด — ล้างทรายจากพลาสติกก่อนที่คลื่นมรสุมจะซัดมันกลับลงสู่แหล่งหากินของเต่าวัยอ่อนนอกชายฝั่ง
กิจกรรมนี้เชื่อมต่อกับกรอบนโยบายระดับชาติ ไทยนำโมเดล BCG (เศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว) มาใช้โดยมุ่งขยายพื้นที่คุ้มครองทางทะเลและให้ชุมชนชายฝั่งมีบทบาทเป็นผู้ดูแลทรัพยากรอย่างจริงจัง ที่หาดไม้ขาวในเช้านั้น หลักการดังกล่าวปรากฏเป็นรูปธรรม: ผู้พิพากษาอาวุโสคุกเข่าลงบนผืนทรายผืนเดียวกับเจ้าหน้าที่อุทยานและอาสาสมัครชาวบ้าน ต่างมองตามรอยครีบเต่าที่ค่อยๆ จางหายไปกับฟอง
สิ่งที่ดำรงอยู่ในฟองนั้นมีความหมายเกินกว่าอุทยานสิรินาถ เต่าตนุที่หากินในทะเลอันดามันแทะเล็มหญ้าทะเล — ทั้ง Thalassia hemprichii และ Halophila ovalis ที่ขึ้นอยู่ระหว่างอ่าวทางตะวันตกของภูเก็ตและแนวเกาะสิมิลันชั้นนอก ทุ่งหญ้าทะเลหมุนเวียนอินทรียวัตถุ ดูดซับคาร์บอน และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาวัยอ่อนที่ค้ำจุนการประมงชายฝั่งตลอดแนวพังงาและภูเก็ต ดังนั้นประชากรเต่าที่ฟื้นตัวจึงเป็นตัวชี้วัดที่เชื่อถือได้ของสุขภาพแนวปะการังและหญ้าทะเลทั่วระบบนิเวศอันดามัน
สำหรับชุมชนที่ผูกชีวิตไว้กับระบบนิเวศนั้น — ครอบครัวชาวประมงในหมู่บ้านชายฝั่งพังงา และช่างฝีมือเปลือกหอยที่ขัดมุกจนเป็นงานระดับพรีเมียม — เต่าตัวหนึ่งที่ว่ายออกจากหาดสิรินาถในเดือนมิถุนายนจึงไม่ใช่แค่สัญลักษณ์การอนุรักษ์ แต่เป็นตัวบ่งชี้คุณภาพน้ำ ความอุดมของหญ้าทะเล และเศรษฐกิจชายฝั่งที่ยังคงยืนหยัดอยู่
มูลนิธิเต่าทะเลไม้ขาว ผู้ประสานงานติดตามรังตลอดทั้งปี รายงานจำนวนรังในระดับที่นักชีววิทยาเรียกว่า "น่าพึงใจอย่างระมัดระวัง" การที่หาดทางตอนเหนือของไม้ขาวปราศจากการท่องเที่ยวหนาแน่น — เป็นผลของแนวเขตอุทยานมากกว่าโชค — ให้ช่องว่างเงียบสงบที่โครงการเต่าต้องการ ไข่ฟักโดยไม่มีการรบกวน ลูกเต่าคลานข้ามทรายในความมืดโดยไม่มีแสงไฟประดิษฐ์พาหลงทิศ
ช่องว่างเงียบนั้นควรได้รับการยอมรับ ท่ามกลางชายฝั่งที่กำลังถูกเจรจาต่อรองระหว่างการพัฒนา การฟื้นฟู และการปฏิรูปกฎหมาย แหล่งวางไข่ที่สิรินาถยังคงอยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงกับตอนที่เต่าตนุตัวแรกเขยิบขึ้นมาเหนือแนวน้ำที่นี่ [ref:1]
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่ร่วมแบ่งปันความคิดกัน